9.2.53

7.2.53

BPK CSR News_โครงการเสื้อผ้าลดโลกร้อน ครั้งที่ 3



โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตจัดโครงการเสื้อผ้าลดโลกร้อน ครั้งที่ 3 ขึ้น โดยเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจากคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนชาวภูเก็ตและผู้ที่เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลฯ ตั้งแต่ปลายปี 2552 โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ทำให้ได้รับเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจำนวนมาก และเมื่อวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พี่จุ๋ม (ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต) ได้นำทีมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครออกเดินทางพร้อมกับสิ่งของบริจาคบนรถ 6 ล้อ 1 คัน รถกระบะอีก 1 คัน มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่วัดสามัคคีธรรม (ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา เมื่อเราไปถึงก็มีเยาวชนจากศูนย์เด็กเล็กสิรินธรวัดสามัคคีธรรม จัดการแสดงต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้นพวกเราทุกคนได้ฝากท้องกันที่วัดและเข้าฟังพระครูสุวิตถิธรรมรัต เจ้าอาวาส เล่าเหตุการณ์ตอนที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 พร้อมกับภาพประกอบที่ทำให้หวนระลึกถึงบรรยากาศในเวลานั้นได้อยางดี แล้วก็ซึมกันไปเป็นทิวแถว .. ได้ฟังโครงการมากมายที่หลวงพ่อได้ริเริ่มและสานต่อเรื่อยมา ทั้งเรื่องอาชีพ เรื่องการศึกษาของเด็กๆ เรื่องอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาวมอแกน ฯลฯ แค่ได้ฟังก็ยังเหนื่อยแทน

แล้วก็ถึงเวลามอบเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาค ซึ่งมีชาวบ้านมารออยู่เป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านทั้งหมดก็เป็นชาวไทยและชาวมอแกนที่อพยพจากเกาะพระทองหลังประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2547 และอยู่ในความดูแลของหลวงพ่อ โดยท่านได้แบ่งชาวบ้าน 74 ครอบครัวเป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านเทพรัตน์ และหมู่บ้านเทพประทาน พร้อมกับเลือกผู้นำหมู่บ้านให้คอยดูแลจัดการและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ทำให้เสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจำนวนมากที่ทางโรงพยาบาลฯ ได้เป็นตัวแทนรวบรวมน้ำใจจากชาวภูเก็ตส่งไปถึงทางวัดนั้น ได้รับการบริหารจัดการเป็นอย่างดี โดยหลวงพ่อได้มอบหมายให้คุณครูจากศูนย์เด็กเล็กและผู้นำหมู่บ้านเป็นผู้คัดเลือกแล้วแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่ขาดแคลนได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง

สำหรับหนังสือนิทาน หนังสือความรู้ทั่วไป แบบเรียน และของเล่น ที่ได้รับบริจาคมาในครั้งนี้ บรรณารักษ์ของห้องสมุดจะนำไปไว้ในห้องสมุด (โล่งๆ) ของทางวัด ซึ่งทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้เตรียมตัวร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อขอรับบริจาคเพิ่มเติมปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยหวังให้ห้องสมุดดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเป็นศูนย์รวมจิตใจของเยาวชนจากทั้ง 2 หมู่บ้าน รวมถึงเยาวชนจากพื้นที่ใกล้เคียงได้ใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมต่อไป

อนึ่ง โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้จัดโครงการเสื้อผ้าลดโลกร้อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกฝังให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของสิ่งของเหลือใช้ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกและจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่กำลังขาดแคลน

พบจุดหมายปลายทาง :: http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/01/3_27.html
รวบรวมและจัดเก็บเสื้อผ้า :: http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/02/3.html
เตรียมออกเดินทาง :: http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/02/blog-post_05.html
ภาพบรรยากาศภายในวัดสามัคคีธรรม 6 ก.พ. 53 :: http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/3#
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------














มาเฟียปลอม!!

บุปเพสันนิวาสนำพาให้เดินทางไปพบกับเจ้าหนูมาเฟียซ้ำสอง จากการเดินทางไปสำรวจจุดหมายปลายทางของโครงการเสื้อผ้าลดโลกร้อนครั้งที่ 3 เมื่อประมาณปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และส่งผลต่อเนื่องให้ได้มีโอกาสกลับไปอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. ซึ่งก็เพิ่งจะผ่านไปหมาดๆ ~~การไปเยือนวัดป่าส้านในครั้งนี้ รู้สึกแปลกๆ ที่ตัวเองยังคงสอดส่ายสายตามองหาเจ้าหนูมาเฟีย ทั้งที่ครั้งก่อนก็ไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ ได้แต่ยิ้มๆ แล้วก็แอบเก็บภาพมา ตามประสาคนเพิ่งพบกัน หากจะเกิดอาการเหนียมอายไปบ้างนั้น ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา :)

บางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้ ว่าที่รู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ มันเกิดจากอะไร คำว่า "ถูกโฉลก" อาจจะใช้ได้กับปรากฎการณ์นี้ เพราะยิ้มจริงใจที่อวดเหงือกอันเรียวงามของเจ้าหนูคงไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดอะไรนักหนา แต่ทำไมมาเฟียถึงวิ่งนำหน้าคว้าเส้นชัยเข้ามานั่งอยู่กลางใจเราได้ก็ยากที่จะให้เหตุผลจริงๆ

มาเฟีย ตามฉายาที่หลวงพ่อได้สถาปนาให้(ซึ่งได้มาจากสาเหตุใด.. อันนี้ก็ไม่รู้อีก) หรือ น้องโคน ตามที่ได้ยินน้องกุ้งเรียก เป็นเด็กชายตัวเล็ก หน้านิ่งๆ แต่เมื่อได้สบตา เค้าจะโปรยยิ้มหวานจริงใจให้โดยไม่ต้องรองขอ พบมาเฟียครั้งแรกในหมู่บ้านเทพประทาน เพราะมาเฟียโดดเรียน แล้ววิ่งเล่นอยู่กับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน เมื่อเราไปถึง มาเฟียก็วิ่งมาใกล้ๆ พร้อมกับทำทีท่าเขินอาย พอหลวงพ่อตามมา มาเฟียก็กระโดดให้หลวงพ่ออุ้มทันที ภาพที่เห็นมันส่งความอบอุ่นจางๆ มาถึงเราด้วย

พบกันครั้งที่ 2 มาเฟียใส่เสื้อและกางเกงตัวโคร่ง เดินเท้าเปล่าอยู่ในวัด มารู้ทีหลังว่าจะขึ้นเวทีแสดงให้พวกเราดูด้วย ก็ตอนที่เจ้าหนูที่เดินไปเดินมาหลายรอบแล้ว หลังจากที่รู้ก็มองไปที่โต๊ะของรางวัล แล้วคาดคะเนว่ามาเฟียจะอยากได้อะไรระหว่างหุ่นยนต์ที่ประกอบชุดนู่นนี่ได้ กับเครื่องบินลำใหญ่ที่ให้ประกอบเองเหมือนกัน ในใจคิดว่า เจ้าหนูคงจะอยากได้เครื่องบินมากกว่า เพราะดูลำใหญ่และคล้ายของจริง ก่อนมาเฟียจะได้แสดง ก็เห็นเจ้าหนูเที่ยวเดินไปเดินมารอบๆ ยืนพิงขอบประหนึ่งหนุ่มกลัดมันที่เฝ้ามองดูสาวๆ นั่งก็แล้ว ยืนก็แล้ว กว่าจะถึงคิวการแสดงของตัวเองก็เล่นเอามาเฟียดูเหี่ยวๆ ไปเหมือนกัน

มาเฟียยิ้มแก้มปูดเมื่อเต้นเสร็จ และได้รับเครื่องบินเป็นของรางวัลตามผลงานที่ได้แสดงผ่านไป เดินกอดกล่องเครื่องบินอยู่อย่างนั้นไม่ยอมแกะดู แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฎ "มาเฟีย ที่แท้ หาได้เป็นมาเฟีย ตามชื่อเสียงเรียงนามไม่"

เพราะก่อนกลับบ้าน ได้ยินเสียงเด็กร้อง ในระหว่างที่ชาวบ้านและเด็กๆ คนอื่นๆ กำลังลองชุดจากกล่องบริจาคที่เราเอาไปให้ เข้าไปดูที่เกิดเหตุตามต้นเสียง จึงเห็นเจ้าหนูมาเฟียยืนร้องไห้จนเหงือกแห้งและสั่นระริก เพราะโดนเจ้าหนูหน้าดุคนนี้แย่งเครื่องบินไป โดยไม่ได้สนใจเสียงร้องและเหงือกอันสั่นระริกนั้น ..
เห็นทีท่าไม่ดีเลยรับอาสาเข้าเกลี้ยกล่อม หวังให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กลับโดนเจ้าหนูหน้าดุเม้งใส่ด้วยอาการนิ่งๆ (อาจจะนิ่งสยบความเคลื่อนไหว) เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนูหน้านิ่งร้องไห้ตามกันไปอีกคน เลยสงบศึกด้วยการบอกน้องกุ้งให้เอาเครื่องบินที่เหลือมาให้เจ้าหนูมาเฟียซะ มาเฟียได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหงึกๆ แต่ตาก็ยังคงจ้องมองเครื่องบินลำที่ตัวเองได้มา และอาจจะคิดอยู่ในใจ "เต้นแทบตาย โดนแย่งไปซะงั้น" เสียชื่อหมด!!

คิดถึงจัง.. เจ้าหนูมาเฟีย(ปลอม)

HBD Pa Pa..

วันเกิดป๊ะป๋าปีนี้ พวกเราก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเคย ประชุมพี่น้องกันเมื่อตอนมื้อค่ำว่าจะทำอะไรเป็นพิเศษกันดีในวันรุ่งขึ้น .. หลังจากนัดหมายแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน!!

แต่ก่อนจะวิ่งขึ้นห้อง ก็เกิดครึ้มใจว่าอยากชวนป๊ะป๋าไปตักบาตร แต่ด้วยข่าวคราวของพระในทีวีไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ป๊ะป๋าไม่ไปตักบาตรมานานแล้ว จะไหว้พระหรือเข้าวัดก็ตามความเหมาะสมและศรัทธาเท่านั้น ชวนผิดที่ผิดทางอาจโดนเม้งได้ ..เสี่ยงเข้าไปชวนก่อนที่ป๊ะป๋าจะหลับ ด้วยเสียงเชียร์และแรงผลักดันจากหม่ามี๊ที่เป็นกองหนุนอยู่นอกห้อง ยุให้เราเป็นกองหน้าบุกไปชวนเพียงลำพัง สิ้นเสียงชวน ~~ นิ่ง... และนิ่ง....

กลั้นใจบุกกระหน่ำทั้งลูกอ้อนลูกชน ได้ยินเสียงดังในลำคอ พอให้ชื่นใจว่า "อือ" OK. ประสบความสำเร็จ วันพรุ่งนี้ต้องตื่นก่อนเวลาปกติสักเล็กน้อย เพื่อสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ อิอิ ..มีความสุขดีจัง :)

ตื่นแต่เช้า แล้วก็ออกไปตักบาตรด้วยกัน(อย่างราบรื่น) ป๊ะป๋าบอกว่า เมื่อก่อน พระรับบิณฑบาตรแล้วจะเดินไปเลย ไม่มีต้องมานั่งให้พรเหมือนสมัยนี้ เดี๋ยวนี้ต่างไปจากเดิมเยอะแล้ว.. อืมม ท่าจะจริง!!

ที่พึ่งทางใจ



เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ได้นั่งฟังพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เทศนาธรรม กับหม่ามี๊ ท่านเล่าว่า ท่านได้รับนิมนต์ให้ไปแสดงธรรมที่ต่างประเทศ เมื่อไปถึงผู้จัดพูดกับท่านว่า "ท่านเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพวกเค้า เพราะอยู่กันไกลถึงต่างแดน รู้สึกดีที่พระอาจารย์เดินทางมา นับว่าท่านเมตตาพวกเค้ามาก"
พระอาจารย์จึงบอกไปว่า หากท่านให้เราเป็นที่พึ่งทางใจ ก็ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินค่าที่พักอย่างนี้ทุกปี จัดแสดงธรรมกันเรื่อยไป เพื่อให้มีที่พึ่งทางใจ ..แล้วทำไมไม่ฝึกใจให้เป็นที่พึ่ง ~~ ฝึกใจตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องไปจ้างใคร เมื่อฝึกใจให้เป็นที่พึ่งแก่ตัวเองได้แล้ว ก็ไม่ต้องอาศัยใครอีกเลย

ผิดจากความเป็นจริงเสียที่ไหน ~~ ธรรมดา เรียบง่าย ได้ใจความ..

เพราะ "เชื่อ" พวกเขาจึง "ทำ"

“โครงการตลาดประกอบฝัน 5” (Youth innovation Marketplace 5) โอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีความเชื่อในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ได้มีโอกาสนำความเชื่อของตนเองมาลงมือทำเป็นโครงการจริง เพื่อพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ โดยตลาดประกอบฝัน 5 จะสนับสนุนพี่เลี้ยง งบประมาณ ทรัพยากรด้านอื่นๆ รวมทั้งกระบวนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้โครงการที่สร้างสรรค์บนความเชื่อของคนรุ่นใหม่ได้ดำเนินการและสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมร่วมกันไปกับเรา

เงื่อนไขการสมัคร
* ผู้รับผิดชอบมีอายุ 18 – 30 ปี และเคยรับผิดชอบโครงการเพื่อสังคม
* รวมกลุ่มกัน 3 คน
* ส่งโครงการตามความเชื่อของคุณ
* โดยโครงการจะต้องดำเนินงานระหว่าง 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2553
* ทำกิจกรรมต่อเนื่องอย่างน้อย 4 เดือน
* ระบุที่ปรึกษา 1 คน
* มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น
* งบประมาณไม่เกิน 130,000 บาท
ช่วงการรับสมัคร วันนี้ – 10 มีนาคม 2553
สอบถามรายละเอียดและสมัครที่โทรศัพท์/โทรสาร 0-2513-5501
อีเมล
believe@yimproject.org
เว็บไซต์
www.yimproject.org
ที่อยู่ 24/147 ซ.ลาดพร้าว 21 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

5.2.53

CSR News_05Feb10

ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช ร่วมบรรยายในหัวข้อ การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กับสิ่งแวดล้อม ให้แก่เจ้าหน้าที่โรงเรียนนานาชาติบริติช เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการช่วยบำบัดน้ำเสียและลดการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมในชุมชนโดยตรง พร้อมกันนี้ได้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ทดลองผสมน้ำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM ขยาย) เพื่อนำกลับไปใช้ที่บ้านอีกด้วย ทั้งนี้หากหน่วยงานใดต้องการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วยวิธีที่ประหยัดและสามารถลดการสารใช้เคมีที่เป็นอันตราย สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายกิจสาธารณะ โทร 1719 ต่อ 2297 ทางโรงพยาบาลฯ และมูลนิธิฯ ยินดีจัดทีมวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เป็นตัวแทนมอบกระติกไฟฟ้าจำนวน 5 รางวัล ให้แก่ นางดรุณี พาลุสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา เพื่อสนับสนุนการจัดงานกาชาดประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 11-23 ก.พ. นี้ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา(หลังเก่า)

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช ร่วมกับเทศบาลป่าตองฉีดน้ำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ(EM) ลงในท่อระบายน้ำบริเวณซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยลดกลิ่นเหม็น สืบเนื่องจากการจัดกิจกิจกรรมโยน EM Ball และฉีดน้ำ EM ขยาย เพื่อบำบัดน้ำเสียบริเวณคลองปากบาง เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คุณภาพน้ำบริเวณดังกล่าวดีขึ้น โดยคุณวริยา เทวกูล วิศวกรสุขาภิบาลเทศบาลเมืองป่าตองได้เก็บตัวอย่างน้ำเสียบริเวณต่างๆ ส่งตรวจคุณภาพน้ำทั้งก่อนและหลังจัดกิจกรรม โดยจะวัดประสิทธิภาพการใช้จุลินทรีย์ EM ในการบำบัดน้ำเสียเป็นระยะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงและเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำเสียของชุมชนต่อไป