แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BPK CSR Project แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BPK CSR Project แสดงบทความทั้งหมด

20.5.53

หอมกลิ่นบ้านเก่า : บ้านชินประชา จ.ภูเก็ต


เมื่อวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา
มีโอกาสเข้าไปบ้านชินประชาของป้าแดงเป็นครั้งแรก ด้วยความเอ็นดูของป้าแดงล้วนๆ ~~

ป้าแดงต้อนรับพวกเรา(พี่จุ๋ม ยุงดอง จุ๊บ)อย่างอบอุ่น หาเสื้อผ้าชุดย่าหยา ผ้าถุง มาให้พวกเราเลือกมากมาย ทั้งแบบที่หวงสุดๆ เก่าสุดๆ จากชั้นบน ก็เอามาให้เรายืมอย่างไม่หวงของ

ด้วยความเห็นดีเห็นชอบกับ โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายท้องถิ่นของชาวภูเก็ต ที่ทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยจะมีการเดินแบบกันในวันเสาร์ที่ 22 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.30 น.เป็นต้นไป ซึ่งป้าแดงก็ให้เกียรติมาให้ความรู้แก่พวกเราในงานนี้ด้วย


เพื่อให้คณะแพทย์ พนักงาน และผู้ร่วมงาน ได้เข้าถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมเก่าแก่โบราณของชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์และหวงแหนวัฒนธรรมอันดีงามอย่างยั่งยืน สืบไป

:: เพราะพวกเราชาวโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จะร่วมกันแต่งสวยทุกวันพฤหัสบดีเลยจ้า ~ ~

EM / Friendship Beach Resort

ภารกิจ EM สำหรับเช้าวันนี้(20พ.ค.) คือ การบรรยายเรื่อง การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กับสิ่งแวดล้อม ให้แก่พนักงาน Atmanjai / Friendship Beach Resort โดยพี่จุ๋ม(ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะ) และพี่กระแต(นนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช) เจ้าเก่า

สืบเนื่องจากเพื่อนพี่จุ๋ม(เจ้าของที่นี่) ได้ฟังพี่จุ๋มบรรยายเรื่องการใช้ประโยชน์จาก EM ตอนประชุมโรตารี่ป่าตองบีช เมื่อเดือนก่อน แล้วเกิดสนใจ อยากนำมาใช้ที่รีสอร์ทของตัวเอง เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงขอให้พี่จุ๋มกับพี่กระแตมาบรรยายให้พนักงานฟัง เพื่อนำไปสู่การใช้จริงในอนาคต


พี่จุ๋มกับพี่กระแตจึงอธิบายหลักการทำงานของจุลินทรีย์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ก่อนให้พนักงานทุกคนทดลองผสมน้ำ EM ขยายด้วยตัวเอง พร้อมกับแจก EM มะกรูดและ EM สัปปะรด เพื่อให้พนักงานนำกลับไปลองใช้ ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี

ความโชคดีจึงตกเป็นของจังหวัดภูเก็ต เพราะมีสมาชิกชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของกิจการที่นี่ ตระหนักถึงความสำคัญในการลดการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีก 1 องค์กร

ใครสนใจร่วมด้วยช่วยกัน ติดต่อได้ที่ฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โทร 1719 ต่อ 2297
เราไปบรรยายให้ฟรีไม่คิดตังค์จ้า..
สนป่าว? ลดการใช้สารเคมี ประหยัด และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย

โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายท้องถิ่นชาวภูเก็ต

14.5.53

ทองหลังพระ_ศิลปินน้อย

“Every Child is an artist. –เด็กทุกคนเป็นศิลปินได้” คำกล่าวของปิกัสโซ ศิลปินเอกระดับโลก ประโยคนี้ได้สร้างศิลปินน้อยคนหนึ่งขึ้นมา ด้วยความเชื่อมั่นของ คุณแม่รสริน เมทแลนด์ สมิธ คุณแม่ของน้อง ฮอลลี่ เมทแลนด์ สมิธ สาวน้อยวัยใกล้ 5 ขวบ ว่าเด็กทุกคนสามารถเป็นศิลปินได้อย่างที่ปิกัสโซกล่าว เธอจึงส่งเสริมให้ลูกสาวได้มีโอกาสสร้างผลงานศิลปะ ตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ 8 เดือน ปัจจุบันน้องฮอลลี่ สาวน้อยลูกครึ่งไทยอังกฤษคนนี้มีผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ไว้กว่า 400 ชิ้น และเป็นศิลปินเด็กเพียงคนเดียวที่มีโอกาสแสดงผลงานในหอศิลป์กรุงเทพฯ อีกทั้งเธอกำลังจะมีงานแสดงศิลปะ “Every child is an artist.” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ในวันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคมนี้ โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุน เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการห้องสมุดเด็กวัดป่าส้าน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา รวมทั้งสมทบกองทุนอนุรักษ์พะยูนบ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตให้การสนับสนุนอยู่อีกด้วย ตัวอย่างของน้องฮอลลี่ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณพ่อคุณแม่ และเด็กๆ คนอื่นๆ ได้เข้ามาสัมผัสกับโลกศิลปะ ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมจินตนาการ และพัฒนาทักษะอื่นๆ ของเด็กได้เป็นอย่างดี

คุณรสริน คุณแม่ของน้องฮอลลี่ เล่าถึงลูกสาวคนโต ศิลปินน้อยวัย 5 ขวบคนนี้ว่า “น้องฮอลลี่เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ เกิดและเติบโตที่จังหวัดภูเก็ต โดยคุณพ่อของน้องฮอลลี่ซึ่งเป็นชาวอังกฤษนั้นได้มาทำธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบตกแต่งบ้านอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต น้องฮอลลี่เป็นลูกสาวคนโต และมีน้องสาวอีกคนชื่อเบลล่า ตอนนี้อายุ 2 ขวบ 4 เดือน ตอนนี้น้องฮอลลี่กำลังจะเข้าเรียนที่โรงเรียนขจรเกียรติศึกษา”


“สำหรับการส่งเสริมลูกในด้านศิลปะนั้น เริ่มต้นจากการที่ดิฉันเองสนใจเรื่องของศิลปะอยู่แล้ว เวลามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ดิฉันจะชอบเข้าไปชมและใช้เวลาว่างอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ก็จะเห็นพ่อแม่ชาวต่างชาติหลายคนเขาพาลูกๆ มานั่งสเก็ตช์ภาพในพิพิธภัณฑ์ เด็กๆ ก็จะวาดภาพออกมาตามจินตนาการของเขาซึ่งน่าสนใจมาก ดิฉันจึงตั้งใจว่าถ้ามีลูกจะพยายามเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และสัมผัสกับศิลปะ จนกระทั่งมีน้องฮอลลี่ เมื่อเขาโตอายุได้ 2 ปีกว่า ดิฉันจึงให้เขาลองจับพู่กัน ลองลงสี โดยให้ใช้สีอะคลิลิกลงบนผืนผ้าใบเลย เพราะว่าอยากเก็บผลงานชิ้นนั้นเอาไว้ แล้วก็ได้พาน้องไปเรียนกับครูท่านหนึ่งซึ่งเป็นศิลปินอยู่แถวกมลา พอดีบ้านเราอยู่แถวกมลาด้วย ก็จะพาน้องฮอลลี่ไปเรียนกับครูท่านนี้ ทีแรกครูบอกว่าฮอลลี่ยังเด็กเกินไป ยังจับพู่กันไม่ถนัดเลย แต่ดิฉันก็อธิบายครูว่าดิฉันไม่ได้คาดหวังว่าลูกต้องวาดรูปสวยหรือเหมือนจริง แค่อยากให้ดึงความใสบริสุทธิ์ของเขาแสดงออกมาผ่านงานศิลปะ อยากเห็นความรู้สึกของเด็กวัยนี้กับงานศิลปะ และดิฉันอยากทำการทดลองอยากเห็นพัฒนาการของลูกในแต่ละวัย ว่าเขามองสิ่งต่างๆ และถ่ายทอดออกมาอย่างไร ในวัย 3 ขวบ เขามองเห็นต้นไม้แล้วถ่ายทอดออกมาแบบนี้ วัย 4 ขวบ 5 ขวบ เขามองเห็นต้นไม้อย่างไร ก็เลยส่งเสริมให้น้องฮอลลี่ได้เรียนศิลปะ และผลงานชิ้นแรกของน้องฮอลลี่วาดขึ้นตอนเขาอายุได้ประมาณ 2 ปี 8 เดือน”

“งานที่น้องฮอลลี่ทำส่วนใหญ่เป็นงาน Abstract เพราะเขายังเด็กมากที่จะวาดรูปเป็นเรื่องเป็นราวหรือวาดรูปให้เหมือนจริง นอกจากนี้ งาน Abstract ยังสามารถทำได้หลายเทคนิคทั้งการโยนสี ฉีดสี ใช้ลูกกลิ้ง ใช้มิกซ์มีเดียหรือสื่อผสม โดยน้องจะได้รับคำแนะนำจากครูศิลปะรวมทั้งศิลปินหลายๆ ท่าน เช่น ครูชลิต นาคพะวัน หรือ ชลิต กลิ่นสี รวมทั้ง คุณปิ๊บ รวิชญ์ เทิดวงศ์ ก็มีโอกาสมาชมผลงานของน้องฮอลลี่ที่บ้าน ก็ได้ให้คำแนะนำว่าควรจะเพิ่ม หรือใช้เทคนิคแบบต่างๆ เราก็เอาคำแนะนำเหล่านั้นมาใช้และทดลองทำดู เวลาน้องฮอลลี่ทำงานศิลปะ ดิฉันจะเตรียมสีให้เขาเป็นกระปุกๆ เตรียมพู่กัน และผ้าใบ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ แล้วก็ปล่อยให้เขาได้วาด ระบายสี หรือสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ แล้วจะถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอตอนที่เขาทำงานเก็บเอาไว้ด้วยทุกครั้ง โดยเราจะแบ่งเวลาในแต่ละวัน ให้เขาได้ทำกิจกรรมต่างๆ และให้เวลากับการทำงานศิลปะวันละครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงซึ่งเขาจะเต็มที่กับตรงนั้น แต่ช่วงนี้อาจจะมีเวลาน้อยลงเพราะเขาโตขึ้นต้องให้เวลากับการเรียนและทำกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้นด้วย”

จนถึงปัจจุบันนี้ น้องฮอลลี่มีผลงานออกมาจำนวนมาก คุณรสรินบอกว่าถ้าจะนับก็น่าจะประมาณ 400 กว่าชิ้นเห็นจะได้ และยังได้แสดงผลงานในโอกาสต่างๆ ในฐานะศิลปินน้อย ซึ่งผลงานของเธอก็ได้รับความสนใจและมีเสียงตอบรับที่ดี

“น้องฮอลลี่มีโอกาสแสดงงานครั้งแรก เนื่องจากมีคุณครูที่ทราบว่าเขาชอบวาดรูป และมีผลงานเก็บไว้ส่วนหนึ่ง พอดีมีงานแสดงศิลปะเด็กจัดขึ้นที่ห้างบิ๊กซี เป็นงานเล็กๆ คุณครูก็ขอให้นำผลงานของน้องฮอลลี่ไปแสดง หลังจากนั้นเมื่อมีโอกาสพบกับครูชลิต ครูชลิตเห็นว่างานของน้องฮอลลี่น่าสนใจ ก็เลยชวนให้นำผลงานไปแสดงที่หอศิลป์กรุงเทพ และยังได้แนะนำให้รู้จักกับเจ้าของ Hof Art Gallery ที่กรุงเทพฯ ทาง Hof Art Gallery ก็ได้ติดต่อให้นำผลงานไปแสดงที่แกลอรี่ และช่วยดูแลเรื่องการจำหน่ายผลงานของน้องให้ด้วย ตอนนี้น้องฮอลลี่เป็นศิลปินของ Hof Art Gallery นอกจากนั้นเราก็จะมีโอกาสนำผลงานไปร่วมในกิจกรรมการกุศลต่างๆ เช่น มูลนิธิ สมาคม สโมสรต่างๆ โดยเฉพาะมูลนิธิหรือสมาคมที่ช่วยเหลือเด็กและช่วยเหลือสัตว์จะจัดงานการกุศลเพื่อจัดหาทุน ดิฉันก็ช่วยโดยมอบผลงานของน้องฮอลลี่ไปให้สำหรับการประมูลหารายได้ในงาน ถือว่าเราช่วยทางอื่นไม่ได้ เราก็ช่วยทางนี้ หลังจากที่มีโอกาสแสดงผลงานที่กรุงเทพฯ ดิฉันก็คิดว่าทำอย่างไรให้เด็กที่ภูเก็ตได้ชมผลงานของน้องฮอลลี่บ้าง เพราะจุดประสงค์หลักเราอยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และผู้ปกครองให้หันมาทำงานศิลปะ พอดีทางห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ตติดต่อให้น้องนำผลงานไปแสดง เนื่องจากเราเคยไปใช้พื้นที่ของห้างในการเรียนสเก็ตช์ภาพ พอดีทางห้างร่วมกับมูลนิธิ World Vision ต้องการจัดงานหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ ก็เลยชวนให้น้องฮอลลี่นำผลงานมาแสดง และจำหน่ายเพื่อหารายได้สมทบทุนในส่วนนี้ ดิฉันก็ยินดี เพราะนอกจากจะได้ร่วมทำบุญแล้ว ยังเป็นโอกาสเป็นพื้นที่ให้น้องได้แสดงผลงานด้วย หลังจากการแสดงงานที่เซ็นทรัล ก็มีคนโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเยอะ อยากให้น้องเอาผลงานไปแสดงในโอกาสต่างๆ รวมทั้งทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตด้วย ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้ติดต่อมา โดยแจ้งว่ามีวัตถุประสงค์คือต้องการนำรายได้ไปสนับสนุนการบริหารจัดการห้องสมุดเด็กวัดป่าส้าน ที่คุระบุรี รวมทั้งช่วยเหลือในกองทุนอนุรักษ์พะยูน เราก็เลยตกลงที่จะมาแสดงงานที่โรงพยาบาล โดยใช้ชื่องานว่า “Every Child is an artist.” โดยจะจัดแสดงผลงานตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน จนถึง 31 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 และชั้น 2 ของโรงพยาบาล”

“Every Child is an artist.” ดิฉันเชื่อเช่นนั้นนะคะ เชื่อว่าเด็กทุกคนเป็นศิลปินได้ เพียงแต่พ่อแม่ต้องส่งเสริมเขาให้ถูกจุด เด็กๆ ทุกคนสามารถทำงานศิลปะได้ ถ้าพ่อแม่สร้างแรงจูงใจที่ดี อย่างน้องฮอลลี่ดิฉันจะส่งเสริมให้เขาได้ลองหลายๆ อย่าง ไม่ใช่แค่วาดรูป แต่เรียนบัลเล่ต์ เรียนเปียโน หรือเรียนคณิตศาสตร์เราก็จะเปิดโอกาสให้ลูกได้ลอง แล้วให้เขาเลือกเองว่าเขาชอบหรือมีความสุขที่จะทำอะไร ฮอลลี่เขาก็มีความสุขที่ได้อยู่กับศิลปะ มีความสุขกับการวาดรูปได้ทดลองอะไรใหม่ๆ ซึ่งศิลปะนั้นให้อะไรหลายๆ อย่างกับลูก ทั้งเรื่องของสมาธิ ได้ฝึกการใช้สี ทำให้เขามีความกล้า และภูมิใจเมื่อมีผลงานสำเร็จออกมา ที่สำคัญคือสร้างจินตนาการ การส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้และทำงานศิลปะเป็นสิ่งที่ใช้เวลาไม่มากเลย แล้วก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อของเล่นแพงๆ ด้วย แค่มีกระดาษกับดินสอสี ซึ่งดิฉันจะพกใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยตลอด ก็ช่วยส่งเสริมจินตนาการให้ลูกได้แล้ว จึงอยากแนะนำพ่อแม่ท่านอื่นๆ ที่อยากให้ลูกเรียนรู้และสัมผัสกับศิลปะ พ่อแม่บางคนอาจจะไม่เข้าใจหรือคิดว่าตัวเองไม่ถนัดในเรื่องศิลปะ แต่ถ้าเราทำการบ้านสักนิด ศึกษาข้อมูล และรู้จักสร้างแรงจูงใจในเชิงสร้างสรรค์ ให้เวลากับลูก เด็กๆ ทุกคนก็สามารถเป็นศิลปินได้เหมือนน้องฮอลลี่เช่นกัน”

ติดตามอ่านคอลัมน์ "ทองหลังพระ" หนังสือพิมพ์ข่าวเศรษฐกิจ(ภูเก็ต) /เรื่อง ชุติมา กิตติธรกุล

สนับสนุนเรื่องราวดีๆ ในจังหวัดภูเก็ต โดย โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

10.5.53

Art for The Earth 2010

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางอรชุติมา ปาลวัฒน์วิไชย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงภาพวาด Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลก ณ บริเวณลานกิจกรรมชั้น 2 (ข้างศูนย์หัวใจ) โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้นำผลงานของน้อง Holly Maitland Smith ศิลปินตัวน้อยวัย 4 ขวบ เจ้าของผลงานกว่า 400 ชิ้น มาจัดแสดงที่บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ไปจนถึงทางเดิน Ward 2 D ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับจำหน่ายภาพวาดและเสื้อยืดสกรีนลายพะยูน ฝีมือน้อง Holly เพื่อช่วยหารายได้สมทบทุนการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กของห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา

นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ให้การต้อนรับนายสมิทธ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางอรชุติมา ปาลวัฒน์วิไชย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงภาพวาด Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลก โดยมีพระครูสุวัตถิธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) นำเด็กๆ จากศูนย์เด็กเล็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง จากนั้นนพ.บดินทร์ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติว่า “ในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลของเราได้รับเกียรติในการจัดนิทรรศการภาพวาดของน้องฮอลลี่ เพราะนอกจากจะได้ชมฝีมือของน้องฮอลลี่กันแล้ว ทราบว่าน้องฮอลลี่ยังได้วาดภาพพะยูนมาให้ทางฝ่ายกิจสาธารณะจัดทำเป็นเสื้อยืดเพื่อจำหน่าย โดยรายได้ทั้งจากการจำหน่ายภาพวาดและเสื้อพะยูนจะมอบให้วัดสามัคคีธรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารห้องสมุดเด็กภายในวัดต่อไป ภาพวาดของน้องฮอลลี่นั้นจะเป็นภาพธรรมชาติตามประสาเด็ก ซึ่งผมหวังว่าจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ สนใจในศิลปะและธรรมชาติรอบๆ ตัว ซึ่งเป็นการปลูกจิตสำนึกให้พวกเขารักธรรมชาติตั้งแต่เด็กได้อีกด้วย” นพ.บดินทร์กล่าว

ในเวลา 18.30 น. นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวเปิดงานว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นประธาน ในพิธีเปิดงานนิทรรศการภาพวาด “Art for the Earth” ในวันนี้ ทราบว่าผลงานทุกชิ้นเป็นฝีมือของน้องฮอลลี่ทั้งสิ้น ซึ่งได้รวบรวมไว้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ นิทรรศการในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันคุ้มครองโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยการใช้ศิลปะเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เยาวชนได้เกิดกระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตใจอ่อนโยน รักธรรมชาติและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอันมีค่า ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ ภายใต้การดูแลและสนับสนุนจากผู้ปกครอง เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และทำให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนรายได้จากการจำหน่ายภาพวาดและเสื้อพะยูนนั้น ทางโรงพยาบาลฯ จะมอบให้กับวัดสามัคคีธรรมเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการห้องสมุดเด็กภายในวัด ซึ่งผมคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะนอกจากจะปลูกฝังให้เด็กสนใจธรรมชาติแล้ว รายได้ก็ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและคนที่มาอุดหนุนภาพก็ยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย”

จากนั้น แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมชมภาพวาดและอุดหนุนเสื้อยืดสกรีนลายพะยูนฝีมือน้องฮอลลี่ ราคาตัวละ 179 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนการดำเนินงานของห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา โดยทางโรงพยาบาลฯ จะจัดแสดงภาพวาดของน้องฮอลลี่ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม หากท่านใดสนใจอุดหนุนภาพวาดและเสื้อยืดพะยูนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โทร 1719 ต่อ 1284

ภาพบรรยากาศ ::

http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/ArtForTheEarthByHolly02#

http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/ArtForTheEarthByHolly#


-------------------------------------

และเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ภูเก็ต หรือที่เรารู้จักกันดีคือ NBT เจ้าเก่า ได้เชิญพี่จุ๋ม (ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต) และพี่อ้อ (รสริน แมทแลน สมิธ คุณแม่ของน้องฮอลลี่) ไปสัมภาษณ์ในรายการ Andaman Talk ซึ่งเป็นรายการสด ออกอากาศเป็นประจำทุกวันพฤหัส เวลาประมาณ 16.00 - 16.30 น. โดยประเด็นในวันนี้ก็คือ การจัดนิทรรศการ Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลกที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ในเดือนพฤษภาคม และได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมากมาย ซึ่งในวันนั้นพี่เพ็ญ(วันเพ็ญ อัพทัน ผอ.สทท.ภูเก็ต) ก็ได้นำทีมผู้ประกาศและช่างภาพไปเป็นเกียรติในงาน พร้อมกับอุดหนุนเสื้อพะยูนฝีมือน้องฮอลลี่ด้วย และแค่นั้นยังไม่พอ ตอนนี้เพื่อนพ้องน้องพี่บนเขารัง ได้ช่วยพีอาร์และจำหน่ายเสื้อพะยูนให้พวกเราด้วย โก้ฮะ จี้นก และยัยน้อง จากภูเก็ตโพสต์ ก็ยกทีมกันมาอุดหนุนเสื้อพะยูน พี่ชัยวุฒ จาก สวท.ก็ไม่พลาด อีกทั้งยังมีสื่อมวลชนอีกมากมายที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลฯ เป็นอย่างดีเสมอมา พวกเราขอขอบคุณจริงๆ ค่ะ :)

ย้อนไปถึงเมื่อคืนวันนั้น(29เม.ย.53) กว่าจุ๊บๆ จะโหลดรูปและส่งข่าวเสร็จก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มกว่า แม่บ้านปิดไฟและชั้น 3 ก็เงียบกริบ จุ๊บๆ ซึ่งเชี่ยวชาญวิชาตัวเบาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าทั้งมืดทั้งกริบ ก็เลยกระโดดลงกระไดรวดเดียวถึงชั้น 1 โดยสวัสดิภาพ พอกลับถึงบ้านหม่ามี๊ก็นั่งรออยู่พร้อมกับยำวุ้นเส้นชืดๆ กับน้ำแกงร้อนๆ เหนื่อยแค่ไหนก็ได้ทั้งอิ่ม ได้ทั้งอุ่น แต่ที่ยังกังวลอยู่ก็เพราะเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กที่อุตส่าห์มาร่วมงานไกลถึงนี่นั้นยังไม่ถึงบ้านกันเลย กว่าน้องกุ้งจะโทรมาแจ้งว่าถึงคุระบุรีก็ 5 ทุ่มพอดี ได้ข่าวว่าเด็กๆ ปิดสวิทซ์หลับอุตุกันกันตั้งแต่ยังไม่ออกจากเกาะภูเก็ตเลย

ก่อนนอนภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ย้อนกลับมาให้ได้คิดอีกครั้ง เด็กหลายคนมีโอกาสมากมาย ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ มีทั้งโอกาสมีทุกอย่างพร้อม และยังมีอีกหลายคนที่ได้แต่มองตากริบๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเอาเสียเลย แค่ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวเห็นความสำคัญและหยิบยื่นโอกาสให้มันก็เป็นเรื่องน่าชื่นใจมากพอแล้ว หลวงพ่อบอกว่า เด็กๆ ตื่นเต้นมากกับการมาภูเก็ตในครั้งนี้ หลวงพ่อเองก็อยากให้พวกเค้ามาเปิดหูเปิดตาเปิดใจ อยากให้ได้มาเห็น เผื่อจินตนาการที่ยังหลับไหลอยู่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นบ้าง

อย่างน้อยสิ่งที่ทุกคนได้เห็นและสัมผัสในคืนนั้นก็คือ โอกาสดีๆ ที่หลวงพ่อได้หยิบยื่นให้แก่เด็กๆ ที่อยู่ในความดูแล หลวงพ่อพูดขอบคุณทางโรงพยาบาลฯ ขอบคุณน้องฮอลลี่ ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน หลวงพ่อบอกว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้ได้ต่อลมหายใจให้ห้องสมุดเด็กได้สานต่อกิจกรรมดีๆ ต่อไป ซึ่งพวกเราเองก็อยากขอบคุณหลวงพ่อเหมือนกัน ในสิ่งที่หลวงพ่อได้มุ่งมั่นทำเพื่อเด็กๆ และเพื่อสังคมเรื่อยมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เด็กๆ โชคดีที่มีหลวงพ่อคอยดูแล พวกเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้นะคะ ..
ห่วงใยและแบ่งปัน
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

23.4.53

Art For The Earth By Holly


ด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบจากวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ภูเขา ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร แม่น้ำ ทะเล สัตว์นานาชนิด ตลอดจนภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดมลภาวะและความแปรปรวนทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง หากประชาชนยังเพิกเฉยต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่นานโลกคงเข้าสู่ภาวะวิกฤต และส่งผลกระทบต่อพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ทางโรงพยาบาลฯ จึงมีแนวคิดว่าการปลูกฝังจิตสำนึกเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยการใช้ศิลปะเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เยาวชนได้เกิดกระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตใจอ่อนโยน รักธรรมชาติและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอันมีค่านั้น จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ที่จะหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งมากขึ้นอีกด้วย ในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ปี 2553 นี้ ทางโรงพยาบาลฯ จึงได้จัดนิทรรศการภาพวาดสีน้ำเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลงานของ Holly Maitland Smith จิตรกรน้อยวัย 5 ขวบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนได้ถ่ายทอดจินตนาการและแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมผ่านทางผลงานด้านศิลปะ โดยจัดแสดงภาพวาดของ ภายใต้ชื่องาน Art For The Earth ในระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 30 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พร้อมจำหน่ายเสื้อยืดลายพะยูนฝีมือน้องฮอลลี่ เพื่อหารายได้สมทบทุนการดำเนินงานของห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา ต่อไป

22.4.53

Earth Day 22apr2010


เช้าวันนี้ เอกกะชวย พีอาร์จากแผนกสื่อสารการตลาด ส่งเมลมากระตุ้นจิตสำนึกเพื่อนพนักงานผ่านทาง Lotus notes(ช่องทางสื่อสารภายใน) เนื่องในวันคุ้มครองโลก มีใจความดังนี้

วันนี้เป็นวันคุ้มครองโลก นะจะบอก...ให้ อิอิ
วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ถือเป็นวันสำคัญของขบวนอนุรักษ์ธรรมชาติทั่วโลก ตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี วันคุ้มครองโลก ถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 27 ปีก่อน ในวันที่ 22 เมษายน 2513 นักอนุรักษ์ธรรมชาติกลุ่มหนึ่งได้จัดให้มีการแสดงพลังครั้งใหญ่ เพื่อปลุกเร้าจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับวันยิ่งถูกมนุษย์ทำลาย ในการแสดงพลังครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่า 20 ล้านคนและปรากฏขึ้นตามเมืองใหญ่ ๆ เกือบทั้งสหรัฐ
หลังจากนั้นความห่วงใยปัญหาสภาพแวดล้อมของสหรัฐก็เพิ่มพูนขึ้น มีการออกกฎหมายควบคุมการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ สำหรับประเทศไทย เริ่มพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรก เมื่อปี 2533 ถือเป็นการเริ่มต้นของสังคมไทยยุคเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหลังจาก สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กระทำอัตวินิบาตกรรม และเมื่ออาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน 16 สถาบันได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของป่าอนุรักษ์ และตระหนักถึงวิกฤตการทำลายสัตว์ป่าและป่าไม้ประเทศไทย ยังมีการจัดงานเพื่อหาทุนเข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาผืนป่า ที่เป็นมรดกของโลกอีกด้วย
แถมท้ายเอกกะชวยก็ยังฝากวิธีการช่วยโลก ลดโลกร้อน ให้ช่วยกันบอกต่ออีกด้วย..


ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo
สำหรับฝ่ายกิจสาธารณะก็ได้จัดกิจกรรมสนับสนุนวันคุ้มครองโลกกับเค้าเเหมือนกัน วางแผนเอาไว้ถึง 2 กิจกรรมเลยทีเดียว >>http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/04/earth-day-2010.html และที่สำเร็จลุล่วงไปเรียบร้อยแล้วก็คือ EM Ball กับงานด้านสิ่งแวดล้อม
ซึ่งผ่านไปหมาดๆ เมื่อวันที่19เม.ย.ที่ผ่านมานี้ >>
http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/04/em.html เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าก่อนไก่โห่ เพื่อเตรียมตัวไปลุยโคลนโยน EM Ball ดูรอยกินหญ้าทะเลของพะยูนที่ชายทะเลบ้านป่าคลอก ก่อนจะกลับมาฟังบรรยายเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ที่โรงพยาบาลฯ โดยทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้รับเกียรติจากท่านแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ดร.พิเชษฐ์ วิสัยจร นำคณะจากศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ จากปัตตานี มาให้ความรู้พวกเราถึงที่นี่ แม้ผลลัพธ์จะยังไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการดูแลสิ่งแวดล้อมใน จ.ภูเก็ต เพราะหลายคนที่มาฟังบรรยายก็ตั้งใจว่าจะเอา EM ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

และสำหรับอีกหนึ่งกิจกรรมในระยะนี้ ก็คือ นิทรรศการภาพวาดของน้อง Holly ซึ่งพี่อ้อ คุณแม่ของคุณน้องก็ได้นำภาพมาติดที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ โดยเน้นภาพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวัน Earth Day (แม้บางภาพจะไม่ค่อยเข้า concept แต่ก็จัดว่าน่ารักมั่กๆ) ส่งผลให้โรงพยาบาลฯ ในฤดูนี้ ดูจะมีสีสัน สดใส เป็นพิเศษ ชวนให้ทึ่งในความสามารถและได้อมยิ้มกับหลายๆ ภาพที่คุณแม่ได้คัดมาแสดงด้วย
นิทรรศการของน้อง Holly จะเปิดอย่างเป็นทางการใน วันพฤหัสที่ 29 เม.ย. เวลา 18.00 น. โดยนายสมิทธิ์ ปาละวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้จะมีการจำหน่ายภาพวาดของน้อง Holly และเสื้อสกรีนลายพะยูนสวยๆ ฝีมือของน้อง Holly ในราคาตัวละ 179 บาท เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่ห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา ในการดำเนินงานเกี่ยวกับห้องสมุดเด็กต่อไป


http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/03/art-for-earth-by-hms.html

ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

สรุปว่าวันนี้.. อะไรก็ดูจะเขียวขจีไปหมด เพราะแม้แต่ google ก็เกาะกระแสกับเค้าด้วย เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้อมยิ้มกับ google ได้ทุกที ก็คือภาพเก๋ๆ ของ google เนี่ยแหล่ะ อาจจะเป็นเพราะใช้บริการบ่อย(มั่ก) และก็ไม่เคยผิดหวังในด้านข้อมูลที่เทพกูเกิลประทานให้ จึงทำให้เห็นความน่ารักอยู่เนืองๆ ภาพนี้ก็จัดเก็บเข้าคลังภาพไปแล้วเรียบร้อย สำหรับ google pic วันคุ้มครองโลก ปี 2553

สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เกิดแล้วดับ สับเปลี่ยนกันเป็นวงจร ธรรมชาติมากมายล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตา เพียงแค่เรามองไม่เห็นคุณค่าของมัน ณ วันนี้ คงไม่ต้องมานั่งถกเถียงกันให้เหนื่อยว่ามันสายไปแล้ว หรือมันยังมีเวลาให้แก้ตัว จะทันมั้ยน้า? กับการจะลุกขึ้นมารักษาและหวงแหนสิ่งต่างๆ รอบตัวแล้วถนอมมันไว้อย่างสุดกำลัง หากเรามองเห็นคุณค่าของลมหายใจ เราก็คงพอที่จะตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งต่างๆ ที่หล่อเลี้ยงมันให้ยังคงสูดเข้าและปล่อยออกได้ด้วย

..คงไม่ต้องแปลงร่างเป็นนักอนุรักษ์จ๋าหรอกเจ้าค่ะ แค่ลดละและไม่ทำลายกันก็พอแร้วสำหรับ พ.ศ.นี้

ติดตามดู google pic

20.4.53

อีกวาระหนึ่งบนผืนหญ้าทะเลกะเจ้าจุลินทรีย์ตัวจิ๋ว..



เช้าวันที่ 19 เมษายน 2553 พล.ท.ดร.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ร่วมชมความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศหญ้าทะเล ผลจากการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ บริเวณแหล่งหญ้าทะเลบ้านป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมกับโยน EM Ball จำนวน 2,000 ลูก บริเวณที่หญ้าทะเลยังไม่อุดมสมบูรณ์ ร่วมกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตและมูลนิธิมรรคาวาณิช ในโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน จ.ภูเก็ต เช้าวันนี้(19เม.ย.) และให้เกียรติเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายเรื่อง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ(EM) ณ ห้องประชุมคิง คาร์ล กุสตาฟ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต มีประชาชนชาวภูเก็ตให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายเป็นจำนวนมาก

พล.ท.ดร.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางมาถึงโรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์ในเวลาประมาณ 07.30 น. โดย นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ให้การต้อนรับ ร่วมกับเหล่าอาสาสมัคร ก่อนจะร่วมชมความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศหญ้าทะเลหลังจากใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้ร่วมกับมูลนิธิมรรคาวาณิช จัดกิจกรรมปั้นและโยน EM Ball เพื่อฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูนจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2552 ภายใต้การนำของ ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะ และนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช โดยมีท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เกียรติเป็นที่ปรึกษาโครงการ อีกทั้งยังมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เดือนละ 1 ครั้ง แต่ละครั้งจะโยน EM Ball จำนวน 10,000 ลูก พร้อมกับฉีดน้ำ EM ขยายร่วมด้วย จึงส่งผลให้หญ้าทะเลในบริเวณนั้นอุดมสมบูรณ์มากขึ้น จากข้อมูลที่ได้สอบถามจากชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรบ้านป่าคลอก ซึ่งอาศัยและหากินอยู่บริเวณชายทะเลมาหลายปี ชาวบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้หญ้าทะเลมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าปีที่ผ่านมาจนเห็นได้ชัด และในวันนี้ นายจุรุณ ราชพล รองประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรบ้านป่าคลอก ได้นำคณะไปชมร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูน และร่วมโยน EM Ball จำนวน 2,000 ลูก เพื่อช่วยฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นบริเวณที่ยังไม่เคยจัดกิจกรรมมาก่อน


จากนั้นท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายเรื่อง “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM)” ณ ห้องประชุมคิง คาร์ล กุสตาฟ ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ให้แก่ผู้สนใจทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งในวันนี้มีผู้สนใจเข้าฟังการบรรยายเป็นจำนวนมาก โดยท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และลดการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้กับงานด้านสิ่งแวดล้อมทั้งฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลและบำบัดน้ำเสียคลองปากบาง ต.ป่าตอง ดังที่ทางโรงพยาบาลฯ และมูลนิธิได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและยังมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอีกด้วย

นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตกล่าวว่า “นับว่าเป็นความโชคดีของทางโรงพยาบาลฯ และชาวภูเก็ต ที่ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้เกียรติมาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ จนทำให้มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้นมากมายในชุมชนของเรา สิ่งที่ท่านได้แนะนำและสอนให้พวกเราใช้วิธีที่เรียบง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยลดการใช้สารเคมีเพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์นั้น ได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชนเป็นพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอันมีค่าให้คงอยู่ยาวนานตลอดไป”
click

18.4.53

ปักธง ตรงรอยกินหญ้า ของเจ้าพะยูน..


ผลจากการนอนดึกสะสมมาหลายวัน ทำเอาเช้าวันนี้(17เม.ย.)ต้องขนหัวลุก เพราะตื่นสาย
พี่จุ๋มกับพี่กระแตนัดแนะเจอที่รพ.ตอนเช้าตรู่ 06.00 น.
แต่เวลานั้นจุ๊บๆ ยังสิงอยู่บนที่นอนอุ่นๆ แม่เจ้า….

สรุปว่าต้องซิ่งเจ้าหนูวันดีไปที่ชายทะเลบ้านป่าคลอกด้วยความสำนึกผิดอย่างแรง
จากที่เคยมาเร็วกว่าเวลานัด วันนี้ความดีเหล่านั้นคงถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น ฮืออออ..

เมื่อไปถึง พวกเราก็ไม่รอช้า เพราะเด่วน้ำจะขึ้น ภารกิจวันนี้คือ ปักธงไชยให้เป็นศรีสง่า
ตรงตำแหน่งที่เป็นรอยกินหญ้าของเจ้าพะยูน เพื่อที่วันจันทร์ที่ 19 เม.ย.นี้
ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ จะได้เดินไปชมได้โดยไม่ต้องเดินหาให้เมื่อยตุ้ม



เดินย่ำโคลนหนืดๆ ไปเหมือนกับทุกที แต่เช้าๆ อย่างนี้ อากาศดีจนทำให้ลืมความเหนื่อยไปได้ดีทีเดียว



ปลิงแตงกวาสีแดงสดเจ้าเก่า หอยน้อยใหญ่ สัตว์น้ำนานาชนิด โผล่ขึ้นมาทักทายพวกเราอย่างอารมณ์ดี(รึเปล่า)


หญ้าทะเลสีเขียวเป็นแพ แลดูชุ่มชื่น ชาวประมงเดินมุ่งตรงไปจับปลา


เดินไปไม่นานก็พบกับจุดแรกที่เจ้าพะยูนกินหญ้าจนแหว่งไปเป็นทาง
พี่จุ๋มกับพี่กระแตไม่รอช้า ปักธงกำหนดจุดแรกที่จะเดินมาเยือนทันที


แสงสีทองของพระอาทิตย์ยามเช้า สาดส่องลงบนพื้นน้ำเป็นประกาย


มองไปไกลๆ เห็นวิถีชาวบ้าน ทอดแหหาปลา วางไซ จับปู จับกั้ง เรียบๆ ง่ายๆ บ้านๆ ดี

ชอบชอบ


หญ้าทะเลทั้งแบบแก่และแบบละอ่อนที่เพิ่งผลิใหม่ก็มีให้เห็น

จุดที่สองของร่องรอยการหม่ำๆ รู้สึกว่าอันนี้จะมูมมามไปหน่อย นะจ๊ะ.. น้องยูนจ๋า


เดินมาจนถึงจุดที่โคลนกินขาเราไปซะครึ่งแข้ง พี่จุ๋มกับพี่กระแตต้องเร่งเดิน
หยุดนานๆ จะพาลให้จมหนักเพราะน้ำหนักตัว หุหุ


แล้วก็มาพบกับครอบครัวนี้ เดินหาปูกันอยู่
คุณพ่อสอนให้ลูกๆ จับปูม้า และสอนอะไรหลายๆ อย่างให้ลูกๆ ในระหว่างที่เดินจับปูกันอยู่นั้น

ทราบชื่อภายหลังว่า เด็กน้อยสองคนชื่อ อามีน และอันดา นามสกุล เฉลิมขวัญ
ทุกวันหยุดพ่อจะพาพวกเค้ามาเดินเล่นที่นี่บ่อยๆ


ทั้งคู่เป็นมือฉมังด้านการจับปู เราสามคน(พี่จุ๋ม พี่กระแต จุ๊บๆ) เดินกันไปมา ไม่เห็นทีทาว่ามีปูกบดานอยู่
เด็กน้อยสองคนเดินไปมาแป๊บเดียวได้ปูมาเพียบ จับเพียวๆ ด้วยมือน้อยๆ(สวมถุงมือผ้า ป้องกันปูหนีบ)


หลังจากทึ่งกับฝีมือเจ้าหนูน้อยกันพอหอมปากหอมคอ พี่จุ๋มกับพี่กระแตก็ชักจะอยากกินส้มตำปูม้าเสียแล้ว
พวกเราเลยล่าถอยออกมา โดยไม่ลืมที่จะนัดหมายน้องอามีนมาพบกับพวกเราที่นี่เช้าวันจันทร์
เพื่อจับปูโชว์ โฮะโฮะ

เสร็จภารกิจปักธงไชยให้รอยกินหญ้าของเจ้าพะยูน ด้วยประการฉะนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
Picc >>
กิจกรรม หรรษา หน้าร้อน :)
http://jubjub-inspiration2010.blogspot.com/2010/04/3.html