10.5.53

BasketTrue2010



ทุกๆ ปี พวกเราจะมีการแข่งขันบาสเกตบอลนัดกระชับมิตรกับทีม True ภายใต้การนำของอ้ายนิว สหายจากเมืองบางกอก ซึ่งเดินทางมาทางสายพี่เอ(หมีขาวแห่ง SNL) ปีก่อนพี่เสือเธียร์มีอาการบาดเจ็บที่เท้า ส่งผลให้ร่วมเล่นกับเพื่อนๆ ไม่ได้ นู้เหน่น เฮียกอล์ฟ พี่หมี จตุรเทพก็ได้ลงไปหน้าซีดโชว์เด็กๆ กันเพียงลำพัง
โดยปกติเราจะใช้ชื่อทีม Jam (ที่ใช้กันมานานนม) แต่ปีนี้สมาชิกหดหาย จึงต้องขอทีม Infinity มาช่วยรับหน้าทีมเยือนแทน Jam น้อย :) ด้วยประการฉะนี้
ประมวลภาพปี 2009 :: http://picasaweb.google.com.au/jubjub.picc/BasketTrue201002#
สำหรับปีนี้เฮียกอล์ฟไม่ได้มาร่วมเหนื่อยด้วย เนื่องจากเพิ่งหายจากอาการจู๊ดๆ แต่พี่เสือเธียร์นั้นไร้ซึ่งข้ออ้าง ทำให้ต้องลงไปวิ่งหอบแฮกกับเพื่อนๆ ประมาณว่าเล่นเอาขำ ไม่จริงจัง เพราะกรูเหนื่อย.. แต่ก็ไม่ได้เน่าแน่แช่แป้งจนมากเกินไปนัก กระโดดยิงระยะไกลก็ยังได้แต้มมาให้พอชื่นใจและได้กรี๊ดอยู่บ้าง จบเกมส์เจ้าบ้านชนะทีมเยือน 1 คะแนน แต่ความอึดนี่มันสู้กันไม่ได้ ทีม True ดูดี เหมือนกับได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ทีมเจ้าบ้านหมดสภาพกันไปเป็นทิวแถว แม้จะลงไปเล่นกันคนละไม่เกิน 5 นาทีก็ตาม งานนี้ถ้าไม่ได้เด็กๆ มาช่วยเป็นอันว่าได้แพ้ราบเป็นหน้ากลองแน่นอนค้าบ :)

และแล้วเป้าประสงค์ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี "ได้แวะมาเที่ยวแล้วก็ได้กระชับมิตรไปด้วย" แจร่ม!!

ดาวอาสากับ EM Ball ที่ภูเก็ต

เวลา 11.00 น. เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(8พ.ค.) ได้นั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ตามวันและเวลานัดหมายออกอากาศของรายการดาวอาสา ที่น้องกิ๊ก(ผู้ประสานงาน) ได้บอกเอาไว้ ดีเจอ๋องและเจ๊โอปอล์ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีนาตาลีคนสวยเป็นแขกรับเชิญ เริ่มจากพานาตาลีไปขี่เจ็ทสกี ก่อนที่จะล่องมาทำดีที่ภูเก็ต ด้วยการปั้น EM Ball และเอาไปโยนที่ชายทะเลบ้านป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ในโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน จ.ภูเก็ต ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตและมูลนิธิมรรคาวาณิชได้สร้างสรรค์ขึ้นตั้งแต่เมื่อปลายปี 2552

ดูภาพสวยๆ ในรายการ แล้วก็นึกย้อนกลับไป ณ วันที่ทีมงานมาถ่ายทำ ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ทีมงานต้องคอยแก้ให้ผ่านสถานการณ์เฉพาะหน้าไปให้ได้ เวลาที่จะต้องรักษาไว้ยิ่งชีพ(ยากมาก) และอีกหลายๆ อย่างที่พาให้ปวดหัวกันใช่น้อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี นำมาซึ่งเทปรายการที่ถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนทั่วทั้งประเทศ

วันนี้(อาทิตย์ที่ 9พ.ค.) เบอร์โทรของโรงพยาบาลฯ 1719 ก็แว้บขึ้นในมือถือเหมือนทุกทีที่มีเหตุด่วนกับฝ่ายกิจสาธารณะในช่วงวันหยุด แต่สายนี้มาไกลจากกรุงเทพฯ ข้าราชการวัยเกษียณที่อยากทำประโยชน์ให้แก่สังคม อยากใช้ช่วงเวลาของการพักผ่อนท่องเที่ยวเลี้ยวมาปั้น EM Ball กับเพื่อนๆ เพราะสนใจกิจกรรมที่ทางรายการดาวอาสาฉายให้เห็นเมื่อวานนี้

ได้ยินแล้วมันชื่นใจ ..
คนอยู่ไกลถึงฟากกระโน้น ยังมีจิตอาสา อยากมาร่วมทำกรรมดีกับเรา ในนามของฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ก็ไม่มีสิ่งใดจะให้นอกจากคำขอบคุณ จึงถือโอกาสนี้ขอบคุณรายการดาวอาสา ขอบคุณทีมงาน ขอบคุณนาตาลีและอาสาสมัครทุกท่านจากใจ :) ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ..
ประมวลภาพ :: http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/EMBall02#

เปิดตัวชมรม "สหประชาภาพ"


เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ประมาณบ่ายสาม นับเป็นฤกษ์งามยามดีของสมาชิกชมรมสหประชาภาพ ซึ่งได้ถือกำเนิดและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อรวบรวมช่างภาพมือสมัครเล่นและที่กำลังจะก้าวไปเป็นมืออาชีพในอนาคต โดยมีทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จากหลากหลายแผนกที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ชมภาพ หรือวิจารณ์ภาพ ให้มาอยู่รวมกัน พูดคุยกันในสิ่งที่ชอบ ที่ชอบ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นและจุดประกายไฟในตัวของเพื่อนพ้องน้องพี่หลายๆ คนที่ชอบ แต่ยังไม่ได้เริ่ม ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ไม่มีเวลา ไม่มีกล้อง ถ่ายไม่เป็น ให้ปรับเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ เพราะแม้แต่ในชั่วโมงการทำงาน เราก็สามารถมีความสุขได้ มีแค่กล้องมือถือหรือกล้องปัญญาอ่อนธรรมดา ก็สามารถถ่ายทอดจินตนาการอันกว้างไกลของตัวเราได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ชมรมต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาว BPK ล้วนแต่มอบความเป็นอิสระทางด้านความคิด เพราะเราเชื่อว่าเมื่อหลุดออกจากกรอบเดิมๆ แล้วได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยความรู้สึกดีๆ ความสุขก็จะก่อตัวขึ้นช้าๆ แล้วส่งผลให้การแก้ปัญหาต่างๆ ในการทำงานพลอยราบรื่นไปด้วย ชาว BPK ทุกคนจะมีสิ่งที่ตัวเองรัก 1 หรือ 2 อย่าง ไม่ว่าจะฟุตบอล บาสเกตบอล วาดภาพสีน้ำ ถ่ายภาพ ฯลฯ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงเป็นตัวกลางในการดึงเพื่อนพ้องน้องพี่ในองค์กรมารวมตัวกันทำในสิ่งที่ชอบที่ชอบ จนเกิดเป็นความสนุกสนาน ความรัก ความกลมเกลียว ความผูกพัน และความอบอุ่น โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้เองที่ฝ่ายบุคคลได้ให้ความสำคัญและนำมาเป็นจุดมุ่งหมายหลักในการก่อตั้งชมรมต่างๆ ขึ้น

สมาชิกชมรมหลายคนรวมทั้งตัวข้าพเจ้าเอง ไม่มีความรู้เรื่องความไวแสง ความเร็วชัตเตอร์ ณ เวลานี้ต้องใช้นั่นโน่นนี่เท่านั้นเท่านี้ อันนี้ก็ขอสารภาพอย่างไม่อายเลยว่า "ไม่รู้เรื่อง" ภาพทั้งหมดที่มีอยู่ในโกดัง เกิดจากความรู้สึก "อยากถ่าย" ล้วนๆ เมื่อตาเห็นแล้วอยากเก็บไว้ ก็เพียงแค่ยกกล้องขึ้นมา แล้วบันทึกมันไว้ หรือไม่ก็ปรับไปตามประสาคนไม่รู้ แต่ก็ได้ภาพที่เราชอบ และตามความ "เห็น" ของเรา(แม้จะเป็นเพียงคนเดียวก็เถอะ) แต่เท่านั้นมันก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะสนองตัณหาและความสุขของตัวเอง ภาพบางภาพที่แสนจะเบลอ บางภาพวอก บางภาพมืด แต่จะแคร์อะไร ในเมื่อทุกครั้งที่เราเปิดดูภาพห่วยๆ ในสายตาคนอื่น ที่อาจจะมีคำติมากมายในสายตาโปรนั้น เรากลับรู้สึกเป็นสุข และสามารถระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าทำมันบ่อยๆ อย่างน้อยก็น่าจะช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้อีกทางหนึ่ง

ชมรมสหประชาภาพ มีคำสั้นๆ ต่อท้ายให้เก๋วๆ ว่า "ประชาชนคนถ่ายภาพโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต" ซึ่งได้ประทับไว้บนเสื้อรุ่นเป็นที่เรียบร้อย พวกเรามีโครงการจะจัดทริป กิน เที่ยว ถ่ายรูป เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และเทคนิคต่างๆ ของการถ่ายภาพ ตามมุมมองของแต่ละคน หรืออาจจะแห่กันไปเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพหรือส่งรูปเข้าประกวด เพื่อหาเงินเข้าชมรม แล้วเอามาสมทบทุนให้ฝ่ายกิจสาธารณะนำไปจัดกิจกรรมดีๆ ได้อีก งานนี้จึงบอกได้คำเดียวว่ามีแต่ได้กับได้อีกแล้วครับท่าน และจากการประเดิมแหลมมุมนอกกับเพื่อนๆ ในชมรมเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับการอนุมัติชมรมจากหมอก้องเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น ตัวข้าพเจ้า จุ๊บๆ ก็รู้สึกดีกับการไปครั้งนั้นมิใช่น้อย :)

สุดท้ายอย่าลืมติดตามความกลมกล่อมหอมละมุนในชมรมของเราได้ในเบื้องหน้า ซึ่งจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ หรือจะสนุกสนานเพียงใด เราก็มิอาจรู้ เพราะปัจจุบันนี้ก้รู้แค่เพียงว่า ณ วันที่ 7 พ.ค.2553 ชมรมสหประชาภาพ ได้มีสมาชิกที่รักและชอบพอในสิ่งเดียวกัน มาเดินเคียงข้างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Yeh!!
"ทำงานกับเที่ยวเล่น มันต่างกันตรงไหน ในเมื่อมันให้ความสุขกับชีวิตได้ ไม่ต่างกัน"

BPK Karaoke 2010

เลือดลมสูบฉีดแรงอีกครั้ง หลังขึ้นเวทีคาราโอเกะของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต กิจกรรมสนุกๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาดาวเด่นเสียงดี เพื่อไปประกวดคาราโอเกะเครือข่าย ณ เมืองบางกอก ร่วมกับพี่น้องสายเลือด BDMS ที่มีอยู่ 10 กว่าแห่งทั่วประเทศไทย อันตัวข้าพเจ้านี้ มีความสุขยิ่งที่จะได้ร่วมแจมฮ้องเพลงกับน้องฮ้องน้องใหม่และหน้าเก่าเป็นประจำทุกปี โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย หุหุ


5 ปีกว่าที่อยู่มา ไม่เคยมีปีใดเลยที่ไม่สมัคร ทั้งที่ไม่เคยได้รางวี่รางวัลอะไรกับใครเขา แต่ก็มิได้เศร้าใจ เพราะถือว่าได้กระทำการอันเป็นสุขให้แก่ตัวเองแล้ว น่าจะเป็นพอ.. รอยยิ้มของเพื่อนๆ ที่คอยลุ้นกันจนตัวโก่ง ไม่ให้ร้องผิดจังหวะ ทำนอง และเนื้อร้องนั้น มันสร้างกำลังใจอย่างมหาศาลให้แก่มนุษย์พุงย้วยคนนึง แต่ด้วยความประหม่า ตื่นเต้น มือเย็น ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่เคยหายนั้น มันก็นำพาให้เกิดอาการหูดับ ร้องผิด หรือไม่ก็ต้องสะดุดเป็นประจำทุกครั้ง อย่างน้อยก็ 1 ท่อน จนอ้ายชายบ่นกับน้องเอกว่า "เอาอีกแล้วนะ มันนะ ทุกทีเลย" haha

เป็นการร้องเพลงเศร้าที่มีความสุขมากประมาณว่าโดนผู้ชายทิ้งก็ยังยิ้มได้ ไรเงี้ย.. รู้สึกว่าตัวเองยิ้มตลอดเลย จริงอย่างที่น้องเอกได้ทำนายไว้ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งที่ย้ำนักหนาว่าห้ามยิ้ม อิอิ.. งั้นปีหน้าเลือกเพลงที่ยิ้มได้ดีกว่าเนาะ เอกกี้เนาะ :)

ฝากไว้ในใจเธอ :: หากมีโอกาสทำเรื่องสนุกให้เกิดแก่ชีวิตที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ขอให้รีบฉวยโอกาสนั้นไว้ และทำมันเสียอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าเรื่องนั้นๆ จะเล็กน้อยหรือใหญ่โตเพียงใดก็ตาม อย่าได้ละทิ้งโอกาสอันดีงามแล้วปล่อยให้มันผ่านเราไปเฉยๆ แค่เพียงเหตุผลที่เราติ๊ต่างขึ้นมาเองว่ามันยังไม่ใช่หรือมันยังไม่ถึงเวลา แล้วหากเวลาของเรามีแค่เพียงวันนี้ล่ะ เรายังจะทำมันอยู่มั้ย?

เชื่อเถอะว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น มักสอนให้เราได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเสมอ .. เพียงเราเปิดใจและให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้มันเท่านั้น แล้วคำว่า "เสียดายจัง ทำไมเราถึงไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้นะ" ก็จะค่อยๆ หายไปจากวงจรชีวิตเราเอง

ประมวลภาพ :: http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/BPKKaraoke2010#

Art for The Earth 2010

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางอรชุติมา ปาลวัฒน์วิไชย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงภาพวาด Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลก ณ บริเวณลานกิจกรรมชั้น 2 (ข้างศูนย์หัวใจ) โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้นำผลงานของน้อง Holly Maitland Smith ศิลปินตัวน้อยวัย 4 ขวบ เจ้าของผลงานกว่า 400 ชิ้น มาจัดแสดงที่บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ไปจนถึงทางเดิน Ward 2 D ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับจำหน่ายภาพวาดและเสื้อยืดสกรีนลายพะยูน ฝีมือน้อง Holly เพื่อช่วยหารายได้สมทบทุนการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กของห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา

นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ให้การต้อนรับนายสมิทธ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางอรชุติมา ปาลวัฒน์วิไชย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงภาพวาด Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลก โดยมีพระครูสุวัตถิธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) นำเด็กๆ จากศูนย์เด็กเล็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง จากนั้นนพ.บดินทร์ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติว่า “ในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลของเราได้รับเกียรติในการจัดนิทรรศการภาพวาดของน้องฮอลลี่ เพราะนอกจากจะได้ชมฝีมือของน้องฮอลลี่กันแล้ว ทราบว่าน้องฮอลลี่ยังได้วาดภาพพะยูนมาให้ทางฝ่ายกิจสาธารณะจัดทำเป็นเสื้อยืดเพื่อจำหน่าย โดยรายได้ทั้งจากการจำหน่ายภาพวาดและเสื้อพะยูนจะมอบให้วัดสามัคคีธรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารห้องสมุดเด็กภายในวัดต่อไป ภาพวาดของน้องฮอลลี่นั้นจะเป็นภาพธรรมชาติตามประสาเด็ก ซึ่งผมหวังว่าจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ สนใจในศิลปะและธรรมชาติรอบๆ ตัว ซึ่งเป็นการปลูกจิตสำนึกให้พวกเขารักธรรมชาติตั้งแต่เด็กได้อีกด้วย” นพ.บดินทร์กล่าว

ในเวลา 18.30 น. นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวเปิดงานว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นประธาน ในพิธีเปิดงานนิทรรศการภาพวาด “Art for the Earth” ในวันนี้ ทราบว่าผลงานทุกชิ้นเป็นฝีมือของน้องฮอลลี่ทั้งสิ้น ซึ่งได้รวบรวมไว้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ นิทรรศการในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันคุ้มครองโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยการใช้ศิลปะเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เยาวชนได้เกิดกระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตใจอ่อนโยน รักธรรมชาติและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอันมีค่า ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ ภายใต้การดูแลและสนับสนุนจากผู้ปกครอง เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และทำให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนรายได้จากการจำหน่ายภาพวาดและเสื้อพะยูนนั้น ทางโรงพยาบาลฯ จะมอบให้กับวัดสามัคคีธรรมเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการห้องสมุดเด็กภายในวัด ซึ่งผมคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะนอกจากจะปลูกฝังให้เด็กสนใจธรรมชาติแล้ว รายได้ก็ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและคนที่มาอุดหนุนภาพก็ยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย”

จากนั้น แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมชมภาพวาดและอุดหนุนเสื้อยืดสกรีนลายพะยูนฝีมือน้องฮอลลี่ ราคาตัวละ 179 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนการดำเนินงานของห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา โดยทางโรงพยาบาลฯ จะจัดแสดงภาพวาดของน้องฮอลลี่ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม หากท่านใดสนใจอุดหนุนภาพวาดและเสื้อยืดพะยูนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โทร 1719 ต่อ 1284

ภาพบรรยากาศ ::

http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/ArtForTheEarthByHolly02#

http://picasaweb.google.com/jubjub.picc/ArtForTheEarthByHolly#


-------------------------------------

และเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ภูเก็ต หรือที่เรารู้จักกันดีคือ NBT เจ้าเก่า ได้เชิญพี่จุ๋ม (ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต) และพี่อ้อ (รสริน แมทแลน สมิธ คุณแม่ของน้องฮอลลี่) ไปสัมภาษณ์ในรายการ Andaman Talk ซึ่งเป็นรายการสด ออกอากาศเป็นประจำทุกวันพฤหัส เวลาประมาณ 16.00 - 16.30 น. โดยประเด็นในวันนี้ก็คือ การจัดนิทรรศการ Art For The Earth เนื่องในวันคุ้มครองโลกที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ในเดือนพฤษภาคม และได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมากมาย ซึ่งในวันนั้นพี่เพ็ญ(วันเพ็ญ อัพทัน ผอ.สทท.ภูเก็ต) ก็ได้นำทีมผู้ประกาศและช่างภาพไปเป็นเกียรติในงาน พร้อมกับอุดหนุนเสื้อพะยูนฝีมือน้องฮอลลี่ด้วย และแค่นั้นยังไม่พอ ตอนนี้เพื่อนพ้องน้องพี่บนเขารัง ได้ช่วยพีอาร์และจำหน่ายเสื้อพะยูนให้พวกเราด้วย โก้ฮะ จี้นก และยัยน้อง จากภูเก็ตโพสต์ ก็ยกทีมกันมาอุดหนุนเสื้อพะยูน พี่ชัยวุฒ จาก สวท.ก็ไม่พลาด อีกทั้งยังมีสื่อมวลชนอีกมากมายที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลฯ เป็นอย่างดีเสมอมา พวกเราขอขอบคุณจริงๆ ค่ะ :)

ย้อนไปถึงเมื่อคืนวันนั้น(29เม.ย.53) กว่าจุ๊บๆ จะโหลดรูปและส่งข่าวเสร็จก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มกว่า แม่บ้านปิดไฟและชั้น 3 ก็เงียบกริบ จุ๊บๆ ซึ่งเชี่ยวชาญวิชาตัวเบาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าทั้งมืดทั้งกริบ ก็เลยกระโดดลงกระไดรวดเดียวถึงชั้น 1 โดยสวัสดิภาพ พอกลับถึงบ้านหม่ามี๊ก็นั่งรออยู่พร้อมกับยำวุ้นเส้นชืดๆ กับน้ำแกงร้อนๆ เหนื่อยแค่ไหนก็ได้ทั้งอิ่ม ได้ทั้งอุ่น แต่ที่ยังกังวลอยู่ก็เพราะเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กที่อุตส่าห์มาร่วมงานไกลถึงนี่นั้นยังไม่ถึงบ้านกันเลย กว่าน้องกุ้งจะโทรมาแจ้งว่าถึงคุระบุรีก็ 5 ทุ่มพอดี ได้ข่าวว่าเด็กๆ ปิดสวิทซ์หลับอุตุกันกันตั้งแต่ยังไม่ออกจากเกาะภูเก็ตเลย

ก่อนนอนภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ย้อนกลับมาให้ได้คิดอีกครั้ง เด็กหลายคนมีโอกาสมากมาย ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ มีทั้งโอกาสมีทุกอย่างพร้อม และยังมีอีกหลายคนที่ได้แต่มองตากริบๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเอาเสียเลย แค่ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวเห็นความสำคัญและหยิบยื่นโอกาสให้มันก็เป็นเรื่องน่าชื่นใจมากพอแล้ว หลวงพ่อบอกว่า เด็กๆ ตื่นเต้นมากกับการมาภูเก็ตในครั้งนี้ หลวงพ่อเองก็อยากให้พวกเค้ามาเปิดหูเปิดตาเปิดใจ อยากให้ได้มาเห็น เผื่อจินตนาการที่ยังหลับไหลอยู่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นบ้าง

อย่างน้อยสิ่งที่ทุกคนได้เห็นและสัมผัสในคืนนั้นก็คือ โอกาสดีๆ ที่หลวงพ่อได้หยิบยื่นให้แก่เด็กๆ ที่อยู่ในความดูแล หลวงพ่อพูดขอบคุณทางโรงพยาบาลฯ ขอบคุณน้องฮอลลี่ ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน หลวงพ่อบอกว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้ได้ต่อลมหายใจให้ห้องสมุดเด็กได้สานต่อกิจกรรมดีๆ ต่อไป ซึ่งพวกเราเองก็อยากขอบคุณหลวงพ่อเหมือนกัน ในสิ่งที่หลวงพ่อได้มุ่งมั่นทำเพื่อเด็กๆ และเพื่อสังคมเรื่อยมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เด็กๆ โชคดีที่มีหลวงพ่อคอยดูแล พวกเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้นะคะ ..
ห่วงใยและแบ่งปัน
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

EM Ball ครั้งที่ 5 ก่อนพักรบ..

เที่ยงตรงของวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลาที่อากาศกำลังร้อนระอุ แต่เพราะเป็นเวลาน้ำขึ้นเต็มที่ จากโพยตารางน้ำขึ้นน้ำลงเกาะตะเภาน้อย ที่เราได้ขอจากห้องสมุดสถาบันวิจัยชายฝั่งฯ มาเก็บไว้ในระยะที่ทำโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ปลายปีก่อน

การโยน EM Ball ครั้งที่ 5 นี้ นับว่าเป็นการโยนครั้งสุดท้าย เนื่องจากได้นั่งปรึกษากับลุงต๋อยและป้าแต๋ว(สมาชิกอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลบ้านป่าคลอก) ว่าในระยะ 1-2 เดือนที่ผ่านมานั้น อากาศร้อนมาก น้ำร้อน ดินร้อนจนเดินแทบไม่ได้ สัตว์น้ำต่างๆ ก็เริ่มลดลง ทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตและมูลนิธิมรรคาวาณิชจึงมีความเห็นตรงกันว่า ในเมื่อสภาพแวดล้อมมันแปรปรวนและยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ เราก็ไม่ควรให้การโยน EM Ball กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไปกระทบกับสภาพอากาศที่ผันแปรไปเช่นนี้

ป้าแต๋วพูดเป็นเชิงให้กำลังใจกับพวกเราว่า "ตั้งแต่มีการโยน EM Ball หญ้าทะเลแถบนี้สวยขึ้นจริงๆ ป้ายืนยันได้ เพราะป้าอยู่ตรงนี้ทุกวัน ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัด ช่วงปลายปีที่เริ่มโยนใหม่ๆ มาจนถึงต้นปีหญ้าก็ยังขึ้นดี เต็มแน่นเขียวไปทั่ว เหมือนเป็นสนามหญ้า ป้าอยู่ที่นี่มานาน ก็ยังไม่เคยมีปีไหนที่หญ้าสวยและขึ้นเนียนเหมือนปีนี้เลย แต่ช่วงนี้ไม่รู้มันเป็นอะไร คงเป็นเพราะอากาศที่ร้อนมาก และการโยน EM Ball เดือนละครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะมากไปสำหรับการเจริญเติบโตของหญ้าทะเลรึเปล่า เหมือนเราใส่ปุ๋ยต้นไม้ เราก็ต้องเว้นระยะ และให้เวลามันบ้าง" พวกเราจึงได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่า ในช่วงนี้เราอาจจะหยุดกิจกรรมโยน EM Ball ไปก่อนสักระยะ แล้วค่อยมาปรึกษาป้าแต๋วและลุงต๋อยใหม่ในหน้าฝนเพื่อสานต่อโครงการ

ส่วนผลการวิจัยจากคุณภูเบศ นักวิชาการประมง ก็ส่งมาให้ทางโรงพยาบาลฯ เรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่าการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพกับหญ้าทะเลนั้นไม่ได้ผล เพราะเป็นทะเลเปิดและน้ำไม่นิ่ง แต่จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทะเลก็ยังเป็นข้อกังขากับผลการวิจัยที่ได้มาอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้คุยกับลุงต๋อยและป้าแต๋วเป็นที่เรียบร้อย จึงสรุปความดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หลังจากนี้คงจะนำ EM Ball ไปใช้ในการบำบัดน้ำเสียให้มากขึ้น โดยพี่อู้(วริยา จากเทศบาลป่าตอง) กำลังยื่นเรื่องเพื่อนำ EM Ball ไปใช้ในการบำบัดน้ำเสียบริเวณแหล่งชุมชนของ ต.ป่าตอง ซึ่งน่าจะเริ่มได้ประมาณกลางปีนี้

----------------------------------

ก่อนจะพักรบ แล้วรอดูความเป็นไปของสภาพอากาศ ก็ขอเล่าถึงการโยน EM Ball เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาสักหน่อย เพราะในครั้งนี้เราก็มีสมาชิกใจดีอาสามาเป็นแนวร่วมในการโยน EM Ball จาก 3 ทางด้วยกัน

คนแรกเป็นฝาหรั่ง ชื่อเจสัน เคยมาเที่ยวภูเก็ตตอนเกิดเหตุสึนามิ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจให้เค้ากลับไปเรียนเป็นหมอ เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้อื่น วันนี้เค้ากลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกครั้ง ในฐานะนักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งจบมาหมาดๆ โดยเจสันไม่ลืมที่จะติดต่อพี่จุ๋ม เพื่อหาอะไรดีๆ ที่เป็นประโยชน์ทำในช่วงวันหยุดพักผ่อน พี่จุ๋มเลยหนีบเจสันมาโยน EM Ball กับเราด้วย

กลุ่มที่ 2 จาก อบต.กมลา ภายใต้การนำของคุณจเร รัตนะ รองปลัดอบต.กมลา ที่สนใจเข้าฟังการบรรยายจากท่านแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเกิดแนวคิดดีๆ ที่จะนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพไปใช้ในงานสิ่งแวดล้อมกับพื้นที่ๆ รับผิดชอบอยู่ โดยเร็วๆ นี้ พี่จุ๋ม พี่กระแต และจุ๊บๆ มีวี่แววว่าจะต้องไปดำน้ำดูแนวปะการังจนตัวดำ เพราะคุณจเร ไฟแรงมาก และอยากมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนให้มีอยู่อย่างยั่งยืนจริงๆ

กลุ่มที่ 3 คุณภาวัต ศุภสุวรรณ คณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์ยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย และยังมีอีกหลายตำแหน่งพ่วงท้าย ได้นำคณะมาร่วมโยน EM Ball กับพวกเรา เพราะมีความสนใจ และอยากมาเห็นกับตา ว่ามันเป็นอย่างไรน้อ? กิจกรรมโยน EM Ball เพื่อฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลเนี่ย

ก่อนกลับทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยินดีจะมาช่วยอีก เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนๆ เดียว คนในชุมชนต้องช่วยกันอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรที่มีค่า เพื่อลูกหลานของเราต่อไป

ถ้าความจำไม่คลาดเคลื่อน ภาพนี้น่าจะเป็นภาพแรกและภาพเดียว จากหลายๆ ครั้งที่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้เพื่อโยน EM Ball โดยฝีมือของท่านเจสัน :)

กลับถึงโรงพยาบาลฯ ด้วยสภาพมอมแมมเหมือนเดิม มายืนสแกนนิ้วอยู่นาน(ปกติก็ยากเย็นอยู่แล้ว) แต่วันนี้ก็ยิ่งยากไปอีก หรืออาจจะเป็นเพราะเครื่องสแกนมันได้กลิ่น EM Ball หว่า? นึกว่าเป็นพะยูนเลยไม่อนุญาต haha

4.5.53

"โอกาสและการให้อภัย"


ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นด้วยกันที่นี่ : fakebook

ขอขอบคุณ :: ดอกหญ้าหน้าบ้านลุงหนวดสำหรับ BG และปัญหาของเหล่าสหายหลายคนที่ระบายออกมา จนพาให้มันสมองน้อยๆ กลั่นกรองทางออกที่แสนจะธรรมดา แต่นำมาซึ่งผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่(ในกรณีที่ทำได้)