3.3.53

บริจาคดวงตาและอวัยวะ จ.ภูเก็ต

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้รับหนังสือจากสภากาชาดไทย เรื่องขอติดโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โครงการ Let Them See Love เพื่อรณรงค์การบริจาคอวัยวะและดวงตาให้สาธารณชนเกิดความรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ โดยในปีนี้มีเหล่าศิลปินให้เกียรติสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอวัยวะในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด "การให้เป็นสิ่งสวยงาม : The Beauty of Giving" ซึ่งได้นำผลงานดังกล่าวมาจัดพิมพ์เป็นโปสเตอร์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ด้วย

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม >> http://www.helplink.net/letthemseelove/

โปสเตอร์ 2 ใบ เขียนบรรยายไว้ตัวบะเร่งเท่งว่า
"การให้..เป็นสิ่งสวยงาม"
ทุกการให้ไม่เคยสูญเปล่า การบริจาคอวัยวะ 1 ร่างกาย สามารถต่อชีวิตใหม่ได้อีกหลายชีวิต
ในปัจจุบัน มีผู้ป่วยรอรับการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตาถึง 8,303 คน ..
แบ่งเป็น ไต 2,258 คน หัวใจ 23 คน ปอด 15 คน ตับ 173 คน และดวงตา 5,834 คน
แต่มีเพียง 689 คนเท่านั้น ที่ได้รับการบริจาคอวัยวะในปี 2552
อันตัวจุ๊บ จุ๊บเอง ก็ยื่นเรื่องขอบริจาคอวัยวะและดวงตาไปแล้ว(แต่ยังไม่ตายเลย) หลังจากเจรจากับทางบ้าน ซึ่งก็ยังยอมบ้างไม่ยอมบ้างอยู่ แต่เป็นเพราะหม่ามี๊โอเคและเป็นผู้เซ็นยินยอมให้ ก็เลยได้ส่งเรื่องไปแสดงเจตจำนง(เมื่อนานมาแล้ว) ในอนาคตหากจุ๊บ จุ๊บ เสียชีวิต ด้วยภาวะสมองตาย ก็สามารถนำเอา 2 ตา 1 หัวใจ 1 ปอด 1 ตับ 2 ไต ไปใช้กับผู้ที่รอรับบริจาค ณ ขณะนั้นได้(ในกรณีที่ญาติของจุ๊บ จุ๊บยินยอม) ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่ได้ไป ก็จะได้เป็นประโยชน์ไปช่วยต่อลมหายใจให้ใครอีกหลายคนได้อีก แต่หากเสียชีวิตด้วยกรณีอื่น ก็สามารถรับตาทั้ง 2 ข้างไปได้ค่ะ
พี่จุ๋มบอกว่า เวลามีคนบริจาคอวัยวะให้แต่ละครั้งนั้น(ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ) สามารถนำไปช่วยชีวิตชาวไทยได้ครั้งละหลายราย อย่างเช่นชาวฝรั่งเศส(คนล่าสุด) สามารถนำไปช่วยชีวิตคนไทยได้ตั้ง 5 รายเลยค่ะ ส่วนหัวใจที่มีระยะเวลาเพียงแค่ 2 ชม.นั้น พี่จุ๋มบอกว่าถ้าในขณะนั้นไม่มีผู้ป่วยรอเปลี่ยนอยู่ หรือเลือดไม่เข้ากัน ทีมแพทย์ก็จะเก็บลิ้นหัวใจแช่ไนโตเจนเหลวเอาไว้ใช้ได้อีกในอนาคตค่ะ ..

หลายครั้งที่เจตจำนงของผู้บริจาคอวัยวะและดวงตาไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความเศร้าเสียใจของญาติในขณะนั้น ซึ่งกำลังสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก จึงเป็นการยากที่จะอนุญาตให้ทีมแพทย์ผ่าตัดนำส่วนใดส่วนหนึ่งออกไปจากร่างกาย อีกทั้งในสังคมไทยยังมีการความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้น้อยมาก ทำให้การบริจาคอวัยวะไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าที่ควร แต่ถ้านับกันจริงๆ ผู้ป่วยสมองตายในทางการแพทย์นั้น ก็เปรียบเสมือนผู้ที่เสียชีวิตแล้วนั่นเอง ซึ่งก่อนที่แพทย์จะลงความเห็นว่า "สมองตาย" นั้น ต้องมีการตรวจเช็คกันหลายครั้ง หลายวิธี และจะต้องใช้แพทย์ยืนยันลงความเห็นมากกว่า 1 ท่านด้วย การตัดสินใจปุบปับว่าคนนั้นคนนี้สมองตายเพื่อจะได้ขออวัยวะไปช่วยคนอื่นนั้น มันไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ส่วนการเจรจาขอรับบริจาคกับญาติของผู้ป่วยสมองตายนั้น ก็จะต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่าย หากมีการคัดค้านจากญาติคนใดคนหนึ่ง ทีมแพทย์ก็ไม่สามารถผ่าตัดเอาอวัยวะไปได้เช่นกัน
ส่วนอวัยวะทั้งหมดที่จุ๊บ จุ๊บ กล่าวไปข้างต้น ทั้ง 2 ตา 1 หัวใจ 1 ปอด 1 ตับ กับ 2 ไต นั้น จะรับได้จากผู้ป่วยสมองตายเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากกรอกรายละเอียดแจ้งความจำนงในเอกสาร ก็ต้องกรอกทั้ง 2 ใบ(บริจาคดวงตา+บริจาคอวัยวะ) เพราะถ้าเราเสียชีวิตด้วยเหตุอื่น(ไม่ใช่สมองตาย) ทีมแพทย์ก็จะสามารถเอาดวงตาทั้ง 2 ข้างของเราไปใช้กับผู้ป่วยที่รอรับบริจาคได้ค่ะ สำหรับเรื่องที่หลายท่านยังสับสนอยู่ระหว่าง บริจาคร่างกายกับบริจาคอวัยวะนั้นก็แตกต่างกันนะจ๊ะ ถ้าเรียก "บริจาคร่างกาย" นั่นหมายถึงการบริจาคเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเรียนรู้ค่ะ

และนับว่าเป็นข่าวดีของผู้ป่วยโรคกระจกตาที่มีภูมิลำเนาเป็นชาวภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ไม่ต้องไปเข้าคิวรอเปลี่ยนกระจกตากว่า 5,000 คน ที่กรุงเทพฯ เพราะจากการที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้เจรจาขอรับบริจาคดวงตาจากญาติผู้เสียชีวิต 4 ราย และผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาไปแล้ว 2 ตา จึงทำให้มีโควต้าเหลืออีก 6 ตา ซึ่งสามารถผ่าตัดให้แก่ผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยว่าจะจะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับการเปลี่ยนกระจกตา โดยพญ.เขมวรรณ เวทยไวกูณฐ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต (ชาวภูเก็ตแท้ๆ แถมใจดีด้วย) สามารถวินิจฉัย และผ่าตัดให้กับผู้ป่วยได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าคิวยาวๆ หรือเดินทางไปไกลถึงเมืองบางกอก ส่วนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดก็เทียบเท่าโรงพยาบาลของรัฐ คือประมาณ 22,000 - 25,000 บาท ค่ะ
-----------------------------------------------

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้รับการแต่งตั้งจากสภากาชาดไทยให้เป็นสาขาบริการดวงตา ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือและจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา อีกทั้งทางโรงพยาบาลฯ ยังยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้ได้รับการผ่าตัดรักษา โดยไม่ต้องเข้าคิวที่สภากาชาดไทย ซึ่งมีผู้ป่วยรอรับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตามากกว่า 5,000 ราย(จากสถิติล่าสุด 5,834 ราย) ทำให้บางรายต้องรอนาน 3-4 ปี โดยผู้ป่วยโรคกระจกตาที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ สามารถลงทะเบียนเพื่อเปลี่ยนกระจกตาได้ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตโดยตรง โดยเสียค่าใช้จ่ายในราคาใกล้เคียงกับโรงพยาบาลของรัฐ(ประมาณ 22,000 - 25,000 บาท) ซึ่งเป็นความตั้งใจของโรงพยาบาลฯ ที่จะมีส่วนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาให้กลับมองเห็นและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในสังคม


นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลฯ ยังเป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับสภากาชาดไทยในการรับบริจาคดวงตาและอวัยวะ เพื่อจะได้นำดวงตาและอวัยวะเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยโรงพยาบาลได้เปลี่ยนกระจกตาให้ผู้ป่วยไปแล้ว 2 ราย และได้ขอเจรจาจากญาติผู้ป่วยสมองตาย จนได้รับบริจาคอวัยวะและดวงตาจากผู้ป่วย 4 ราย (เป็นชาวไทย ชาวสเปน ชาวออสเตรเลีย และชาวฝรั่งเศส) ซึ่งสามารถนำไปช่วยผู้ป่วยที่กำลังรอรับความช่วยเหลือได้อีกหลายท่าน


ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคกระจกตาที่ต้องการผ่าตัดรักษาหรือผู้สนใจสมัครเป็นผู้บริจาคดวงตา สามารถติดต่อได้ที่สาขาบริการดวงตาศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ตา ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณปารียา จุลพงษ์ (พี่จุ๋ม) ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โทร 1719 ต่อ 1284
-----------------------------------------------

ใกล้เข้าไปทุกที วันที่ 5 มีนา!!

เมื่อวานได้รับการทาบทามจากพี่นกปราบ พี่สาวใจดีของเรา ให้เป็นนักกีฬาแชร์บอลสู้ศึกกับพี่น้องวิทยุการบิน ที่ได้ข่าวมาว่าไซส์นักกีฬากันทั้งนั้น ตกปากรับคำไปทั้งน้ำมูกไหลโดยไม่ต้องคิดให้มากความ เพราะอยากหนุก ต่อให้เลวร้ายที่สุดก็แค่พาลูกวิ่ง คงไม่เสียหายเท่าไหร่ หุหุ ~~
นัดหมายวันพฤหัสบ่าย.. ไอ่เราแก่แล้วอย่างนี้ ไม่รู้จะวิ่งไหวรึเปล่า ครานี้คงต้องเกณฑ์ให้ลูกสมุนไปช่วยเชียร์ เอาเสียงดังเข้าว่าไว้ก่อน ชนะหรือไม่ได้แต้มเลย นั่นอีกเรื่อง..
แต่วันนี้ หวัดจับซะป่นปี้เสียแล้ว ขี้มูกก็ไหล ต้องอยู่แบบซมๆ ทนพิษไข้ ไอ จาม ก็มากันครบเชียว
จะไหวมั้ยเนี่ย ตรู!!
"น้องเอก เอกกะชวย ช่วยสร้างกระแส ความมันส์ อีกระลอก"
สารจากน้องน้ำขว๋น พีอาร์คนเก่งของชมรม :)
เรียน...ผู้สื่อข่าวภูเก็ตทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ทุกท่าน 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็จะถึงงานวันสื่อสารมวลชนอีกรอบ ปีนี้ชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ตเรา มีกิจกรรมมากมาย มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ มาติดตาม อ่านดูค่ะ
วันพุธที่ 3 มีนาคม 2553 เวลา 15.00 น.
ไปให้กำลังใจและร่วมเชียร์ การแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง ทีมสื่อมวลชนและ ทีมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่สนามฟุตบอล ร.ร สตรีภูเก็ต (งานนี้ได้ข่าวแว่วๆมาว่า พี่โสภณ นำทีมนักแตะซ้อมทุกวัน เผื่อชนะแล้ว จะไปแข่งต่อกับสโมสรท่าเรือ แต่ต้องระวังแฟนคลับสิงห์คลองเตย นิดนึง น่ะค่ะ เหอๆๆ)
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2553 เวลา 15.00 น. (ที่เก่าเวลาเดิม)
ไปให้ กำลังใจสื่อมวลชนสาวๆ สวยๆ ทั้ง ปูลม พี่สารภี พี่นกสาลินี พี่จุ๊บ น้องจี๊ด และอีกเพียบ ขนกันมาประชันความสวย ซ่า แข่งกีฬาแชร์บอล และกีฬา พื้นบ้าน ทั้งชักกะเย่อ วิ่งกระสอบ และอีกเพียบ จะชนะทีมคู่แข่งรึเปล่า ไม่รู้!!! แต่ความน่ารัก ชนะขาดค่ะ
อย่าเพิ่งเหนื่อยกันน่ะค่ะ ตื่นเช้ากันหน่อยในวันที่ 5 มีนาคม 53 เวลา 07.00 น.
มาร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระ ที่ชมรมผู้สื่อข่าว และทานข้าวร่วมกัน ใครมีฝีมือ ในการทำกับข้าวอร่อยๆ ก็เอามาถวายพระได้น่ะค่ะ น้ำฝนและโบว์ จะหุงข้าว คนสวยไว้รอ อิอิอิ ยังจำได้อยู่เลยว่า หมูทอดพี่พงษ์ น้ำพริกหนุ่มพี่ชัยวุฒิ ขนมจีนพี่ต้นตาล และอีกมากมาย อร่อยๆทั้งนั้น หิวๆๆๆ
และในวันเดียวกันมาร่วมสังสรรค์กันต่อ ในงานวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ
ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน เวลา 18.00 น. ที่มีไฮไลท์สำคัญคือการแสดงจาก บรรดาผู้สื่อข่าวที่ซุ่มซ้อมกันอย่างหนัก เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้มาร่วมงาน โดยปีนี้ ทางชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ตขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านแต่งตัว Theme สีเขียว ค่ะ

ขอบคุณค่ะ
น้ำฝน PR ชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ต
--------------------------------------------
ปูลมคนสวย เค้าฝากมา งานนี้..
จะแข่งกีฬา จะเต้น จะมันส์ จะหนุกอย่างไรไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว!!

1.3.53

เบาใจ ปลอดโรคไต จากเบาหวาน



งานวันไตโลกได้รับการสถาปนาโดยองค์กรสากล ได้แก่ สมาคมโรคไตนานาชาติและสหพันธ์มูลนิธิโรคไตนานาชาติ ซึ่งได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันไตโลก โดยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในแต่ละประเทศทราบถึงปัญหาของโรคไต ไตวาย และตระหนักถึงวิธีการดูแลตนเอง

สำหรับปีนี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2553 โดยทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตจะจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ "เบาใจ...ปลอดโรคไตจากเบาหวาน" เริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 7.30 น.-12.00 น. ณ บริเวณลานกิจกรรมชั้น 2 (ข้างศูนย์หัวใจ)

พบกับคุณหมอใจดีทั้งสองท่าน กับบรรยากาศที่เป็นกันเองและสนุกสนาน

กำหนดการวันไตโลก 2010 “เบาใจ...ปลอดโรคไตจากเบาหวาน”
วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2553
ณ ลานกิจกรรมชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

07.30 – 08.00 น. ทำบุญตักบาตรที่ศูนย์เบาหวานและโรคไต

08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียน

- ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด 100 ท่านแรก
- วัดความผิดปกติของสายตา / วัดความดันตา 50 ท่านแรก

09.00 – 10.00 น.

- สาระน่ารู้และอาหารสุขภาพสำหรับ...โรคไต โดย พญ.ลลิตา กองสีหา และ พญ.โชติวรรณ ตันวัฒนานิกุล ร่วมกับทีมนักโภชนาการ
- เปลี่ยนไต...เปลี่ยนชีวิต สัมภาษณ์พิเศษ คุณวันเพ็ญ บอยเออร์ ผู้รับการปลูกถ่ายไตจากโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

10.00 - 10.30 น. รั บประทานอาหารว่าง
10.30 - 11.30 น. ประกวดการปรุงอาหารสุขภาพ
11.30 - 12.00 น. ประกาศผลและมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ แจกหนังสือกลเม็ดเคล็ดลับ ทำอย่างไร ไตไม่วาย และเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

** ส่วนไฮไลท์ของงานนี้ อยู่ที่การแข่งปรุงอาหารเพื่อสุขภาพค่ะ ได้สนุก ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ความรู้ แถมได้รางวัลอีกต่างหาก ท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่ใจดีของเรา โทร Contact Center 1719 ตลอด 24 ชม. ค่ะ **

-----------------------------------------------------

Poster จากเวปไซต์

สมาคมโรคไต แห่งประเทศไทย

วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ

วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เมื่อครั้งกระโน้น(ปี 2552) นั่งหัวเราะน้ำลายไหลอยู่ด้านหน้าเวที..
5 มีนาคม ปีนี้ ก็แว่วมาว่า พี่ๆ เค้าเตรียมตัววาดลวดลายกันอีกหน อดทนอีกไม่กี่วันเท่านั้น haha

รื้อฟื้นความทรงจำกันได้ที่นี่ ~ ~

http://picasaweb.google.com/jubjub.bpk/52# < < ประมวลภาพ

http://bpkcsrproject.blogspot.com/2009/03/blog-post_2679.html < < บรรยาย

The Star 6



ถึงเวลาคอแตกกันอีกแล้ว กับ The Star 6 ที่เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจาก The Star 4 จากที่น้องแก้ม ลูกสาวของพี่ญาดา ผู้จัดการฝ่ายเวรตรวจการณ์โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ซึ่งพวกเราชาวโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้เอาใจช่วย เอาใจเชียร์กันประหนึ่งเป็นลูกในไส้ ถึงขนาดเปิดห้องประชุมคิง คาร์ล กุสตาฟ เชียร์กันแทบจะทุกวันที่น้องแก้มขึ้นเวที วันสุดท้ายประกาศผลก็ลุ้นกันจนตัวโก่ง


แว่วจากพี่ญาดามาระยะหนึ่งว่าน้องเกตผู้น้องของน้องแก้มเข้ารอบ พอประกาศผลเป็นทางการ ลางสังเห่าก็มีทีท่าว่าจะเป็นจริง คอแตกกันอีกแล้ว พวกเรา!! แต่เอาหน่า นะ ถ้าชนะขึ้นมา ก็จะได้เป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลชาวภูเก็ตอีกครั้งง่ะ ..